
วิชัย ทองแตงเปิดใจทิ้ง RPC-TH
หุ้นบริษัท อาร์พีซีจี (RPC) ถูกถล่มยับเยิน จนราคาดิ่งติดฟลอร์สนิท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังคงเละเป็นโจ๊กอยู่จนถึงวันนี้
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
หุ้นบริษัท อาร์พีซีจี (RPC) ถูกถล่มยับเยิน จนราคาดิ่งติดฟลอร์สนิท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังคงเละเป็นโจ๊กอยู่จนถึงวันนี้
“วิชัย ทองแตง” ทนายนักช็อปให้สัมภาษณ์ว่า หุ้น RPC ที่ติดฟลอร์เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้มาจากฝีมือของตน วันนั้นขายออกมาที่ราคาฟลอร์ 1.92 บาท เพียง 6 แสนหุ้นเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 90 ล้านหุ้น และมาขายหนักๆ วันที่ 30 ก.ค. สูงถึงเกณฑ์ต้องรายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปัจจุบันคงเหลือประมาณ 100 ล้านหุ้น หรือสัดส่วนประมาณ 7% แต่จะขายออกไปอีกหรือไม่จะดูที่ราคาเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ขายไปก็ไม่ขาดทุน ต้นทุนที่ได้มา 1.033 บาท/หุ้น และได้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นเดิม (RO) อีกที่หุ้นละ 1 บาท
“วิชัย” เล่าให้ฟังถึงความจำเป็นในการถอนตัวจากการเป็นผู้ถือหุ้นหลัก RPC จากที่เคยลงทุนถือสัดส่วน 21.40% สาเหตุหลักเป็นเรื่องของความคิดและความเห็นที่ไม่ตรงกันในการทำธุรกิจระหว่างกลุ่มตนเองและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมคือครอบครัว “สัจจา เจนธรรมนุกูล” ที่ปัจจุบันถือหุ้นประมาณ 27%
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2557 ได้หารือร่วมกับกลุ่ม “สัจจา” ทำแผนการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม รอบที่ 2 เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้น บริษัท ไทยพับลิคพอร์ต (TPP) เพิ่มอีก 35% มูลค่า 1,050 ล้านบาท หลังจากขาย RO ครั้งแรกไปซื้อหุ้นบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต จำนวน 30% มูลค่าประมาณ 900 ล้านบาท
แผนการเพิ่มทุนรอบที่ 2 นี้คุยกันหลายรอบ ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน เพื่อให้ RPC ถือหุ้นทั้งหมด 65% และสามารถนำงบ TPP มารวมกับ RPC ได้ แม้งบจะยังไม่ดีเท่าที่ควรตอนนี้แต่อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ต้องการเช่าแท็งก์เก็บน้ำมันหลายรายและยังมีบริษัทค้าน้ำมันใหญ่ระดับโลกจากสิงคโปร์สนใจมาร่วมทำธุรกิจเทรดดิ้งกับ RPC ด้วย
จุดที่ทำให้ตัดสินใจหยุดลงทุนใน RPC เกิดจากกลุ่ม “สัจจา” กลับคำตัดสินใจเป็นไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มทุนรอบที่ 2 ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เห็นด้วยกับการเพิ่มทุนรวมถึงสูตรที่ตนเองเสนอไป เพราะช่วงที่ผมเข้ามาปลายปี 2556 ต้องการเทิร์นอะราวด์ RPC จากที่ยังมีขาดทุนสะสมอยู่ 139 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีโมเดลมาเทิร์นอะราวด์ธุรกิจ
ผมได้แจ้งคุณสัจจาแล้วว่าคงถือหุ้นร่วมต่อไปไม่ได้ เพราะสไตล์คุณวิชัย ทองแตง ต้องชัดเจนและรักษาคำพูด หากเริ่มต้นพลิกฟื้นธุรกิจไม่ได้แล้ว ความเสียหายในอนาคตอาจจะมีมากกว่านี้ เลยขอแยกออกไปด้วยดีด้วยความสงบไม่มีข้อพิพาทและยังคงรักษาความเป็นมิตรไว้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวคุณสัจจาที่มาเปลี่ยนความคิดช่วงหลังเพราะต้องเข้าใจว่าเป็นผู้ก่อตั้ง RPC โมเดลพลิกฟื้นธุรกิจของผมมีเชิงรุก(Aggressive) เกินไปทำให้ปรับตัวไม่ทันหรือไม่สบายใจ
สำหรับการล้มแผน RO ครั้งนี้จะมีผลกระทบให้ RPC จะไม่มีเงินลงทุนซื้อหุ้น TPP เพิ่ม ส่งผลให้ตนเองจะทำตามที่ได้รับปากไว้กับ “สมบัติ พานิชชีวะ” เจ้าของเดิม TPP โดยการซื้อหุ้นสัดส่วน 35% เองหรือหาคนมาซื้อให้ ธุรกิจของ TPP ยังมีอนาคต ธุรกิจท่าเรือและคลังน้ำมันบนเกาะสีชังที่มีชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดด้วยท่าเรือที่มีร่องน้ำลึกประมาณ 19 เมตร ซึ่งมองว่าจะเป็นก้าวแรกในการพลิกฟื้นธุรกิจของ RPC เพราะในอนาคตประเทศไทยจะต้องเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันตามแผนแม่บทเดิมเป็น 90 วัน จากปัจจุบันที่ 4347 วัน
สำหรับการลงทุนในหุ้นบริษัท ตงฮั้ว คอมมูนิเคชั่นส์ (TH) วิชัยและพันธมิตรถือรวมกันประมาณ 10% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แม้ส่วนตัวจะถือไม่มาก แต่มีแผนต้องการผลักดันธุรกิจด้านพลังงานและพลังงานทดแทน เคยร่วมกับกลุ่มบีกริมเข้าประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่คุณสมบัติไม่ผ่านการคัดเลือก ขณะที่ผู้ถือหุ้น TH มีแนวคิดร่วมกับบริษัทที่ทำธุรกิจสื่อขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำโมเดลธุรกิจใหม่
“ยอมรับว่าโมเดลธุรกิจใหม่ดีแต่ไม่ตรงกับแนวทางของผม จึงมีความเป็นไปได้ที่จะขายหุ้น TH ส่วนตัวออกแต่ไม่รีบร้อนเพราะถือน้อยและไม่ต้องการเป็นข่าว คุยกับผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นเดือนแล้วหลังรับรู้โมเดลธุรกิจใหม่”
“สไตล์วิชัย ถ้าจะให้มาร่วมถือหุ้นด้วยจะต้องคุยกันว่าจะมีธุรกิจในอนาคตอย่างไร ให้ผมมีส่วนร่วมอย่างไรเพื่อให้คำมั่นสัญญาระหว่างกัน โดยหากเดินต่อไปแล้วมีความขัดแย้งส่วนใหญ่เราพร้อมจะเป็นฝ่ายขายหุ้นออกมา”







