posttoday
ผุดคู่มือบุคลากรไมซ์หวังยกไทยเที่ยงเทียบชั้นสากล

ผุดคู่มือบุคลากรไมซ์หวังยกไทยเที่ยงเทียบชั้นสากล

06 สิงหาคม 2557

อุตสาหกรรมการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

อุตสาหกรรมการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล หรือไมซ์ ของไทย เผชิญวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจมาอย่าง ต่อเนื่องช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในอนาคต เพราะงานไมซ์ต่างประเทศกว่าจะตัดสินใจเลือกสถานที่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปีล่วงหน้า ระหว่างที่การเติบโตของไมซ์ยังไม่เข้าที่ การพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับไมซ์จึงเป็นแนวทางที่ต้องเร่งทำ เพื่อให้พร้อมรับมือกับตลาดไมซ์ที่ฟื้นตัว

ณัฐพงศ์ โชติกเสถียร รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ได้รับเลือกจากกองทุนส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ และสมาคมวิชาชีพต่างๆ ด้านไมซ์ไทยให้ทำคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับตำแหน่งผู้ประสานงานไมซ์ และผู้วางแผนปฏิบัติการไมซ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่ต้องพบลูกค้าไมซ์ด่านแรกๆ เพื่อพัฒนา 2 ตำแหน่งนี้ให้มีมาตรฐานมากขึ้น เพิ่มความสามารถแข่งขันไมซ์ไทยในเวทีโลก โดยคู่มือนี้เกิดจากสัมภาษณ์เชิงลึก 127 บริษัท ทั้งเจ้าของบริษัทด้านไมซ์ หัวหน้างาน ลูกน้อง บริษัทห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเออร์) และลูกค้า ใช้เวลาทำ 1 ปีครึ่ง

“ผลการศึกษารายงานสมาคมวิชาชีพต่างๆ ด้านไมซ์ทั่วโลก นำยอดขายทั้งปีต่อจำนวนบุคลากรด้านไมซ์มาคำนวณเปรียบเทียบกับไทย นำปัจจัยความ ต่างกันของค่าครองชีพมาทอนค่าอำนาจซื้อให้เท่าเทียมกันโดยใช้ไทยเป็นข้อมูลฐาน พบว่าสิงคโปร์มียอดขายทั้งปีต่อจำนวนบุคลากรด้านไมซ์ สะท้อนประสิทธิภาพบุคลากรไมซ์สูงกว่าไทย 18 เท่า ส่วนหนึ่งอาจเพราะไทยมีแรงงานด้านไมซ์ส่วนใหญ่เป็นพนักงานประจำ แต่สิงคโปร์ใช้วิธีจ้างบริษัทอื่นหรือเอาต์ซอร์ส แต่อีกส่วนสะท้อนว่าบุคลากรไมซ์ไทย น่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศได้มากกว่านี้” ณัฐพงศ์ กล่าว

สำหรับเนื้อหาในคู่มือฉบับนี้ จะเน้นพัฒนาคุณสมบัติที่ลึกกว่ามาตรฐานผลการปฏิบัติงาน ประกอบด้วยสมรรถนะ 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะส่วนบุคคล โดยจะทำให้บุคลากรใช้สมรรถนะของตนเองทั้ง 3 ด้านทำงานได้หลากหลายสถานการณ์ ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดี สามารถปรับเปลี่ยนส่วนงานที่ตัวเองทำได้ และขยายขอบเขตความรับผิดชอบให้กว้างขึ้นได้

โอภาส เนตรอำไพ ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือและติดตามผลงานโครงการพัฒนาคู่มือฯ กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาคู่มือนี้ 2 ล้านบาท หลังจากนี้จะนำคู่มือไปให้บริษัทต่างๆ ด้านไมซ์ใช้จริง แล้วจะประเมินผลการปฏิบัติอีกครั้งเพื่อนำมาปรับปรุงคู่มือให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

สุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือทิก้า กล่าวว่า การมีคู่มือดังกล่าวจะช่วยให้ไทยยกระดับมาตรฐานไมซ์ ให้ดีขึ้น ส่วนกรณีที่สิงคโปร์มีประสิทธิภาพบุคลากรไมซ์สูงกว่าไทยถึง 18 เท่านั้น มองว่าเป็นเพราะสิงคโปร์เจาะตลาดไมซ์ทั่วไป มียอดจัดงานไมซ์แต่ละปีสูงมาก รายได้ด้านไมซ์คิดเป็น 30% ของรายได้ท่องเที่ยว ของประเทศ ส่วนไทยเน้นจัดงานไมซ์ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง (นีช) มากกว่า และมีรายได้ด้านไมซ์ 6% ของรายได้ท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งแม้ความสามารถของบุคลากรไมซ์ไทยจะเสียเปรียบสิงคโปร์ด้านภาษา แต่เหนือกว่าในด้านความคิดสร้างสรรค์ และไมซ์ไทยมีความหลากหลายของจุดหมายมากกว่า

สุกัญญา จันทร์ชู ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นประเทศไม่ใหญ่ และวางแผนมาแต่แรกในการทำตลาดไมซ์ก่อนจะสร้างศูนย์ประชุม โรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รองรับ จึงทำทุกอย่างได้ง่ายกว่า ส่วนไทยเพิ่งมาให้ความสำคัญกับไมซ์ระยะหลัง อีกทั้งในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา ไทยเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองมาตลอด ทำให้ไมซ์ไทยต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ตลอดทุกปีในการหาลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามา อุตสาหกรรม จึงไม่เติบโตเท่าที่ควร

ดังนั้นคงจะเทียบประสิทธิภาพบุคลากรกันไม่ได้ เพราะอุปสรรคเหล่านี้ทำให้บุคลากรแสดงศักยภาพได้ไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการทำคู่มือปฏิบัติงานด้านไมซ์ออกมา จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บุคลากรไทยเร่งพัฒนาศักยภาพได้ดีขึ้น และมีค่าประสิทธิภาพสูงขึ้นแน่นอน

เมื่อไมซ์ไทยมีจุดหมายปลายทางให้เลือกหลากหลาย มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเป็นองค์ประกอบดึงดูดงานเข้ามาอยู่แล้ว หากไทยพัฒนาบุคลากรด้านไมซ์ให้มีมาตรฐานที่ดีพอ และการเมือง เศรษฐกิจไร้ปัญหา ก็คงทะยานชนะประเทศคู่แข่งได้ในไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค