posttoday
แบงก์รัฐต่อรองคลังลดรีดค่าต๋ง 1.7 หมื่นล้าน

แบงก์รัฐต่อรองคลังลดรีดค่าต๋ง 1.7 หมื่นล้าน

06 สิงหาคม 2557

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมเรียกสถาบันการเงินเฉพาะกิจหารือ เรื่องพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อการสนับสนุน และพัฒนาสถาบันการเงิน ที่มีการกำหนดอัตรา เงินนำส่งเข้ากองทุนในอัตรา 0.47% หรือสูงสุดไม่เกิน 1% ของฐานเงินฝาก ซึ่งมีสถาบันการเงิน ที่ต้องนำเงินส่งเข้าสมทบ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) รวมถึงนิติบุคคล ที่กฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่รัฐมนตรีกำหนด หลังจากที่มีความกังวลถึงผลกระทบวงกว้างที่จะเกิดขึ้น

จากการคำนวณที่ฐานเงินฝากของแบงก์รัฐ 4 แห่ง ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2557 มียอดคงค้างทั้งสิ้น 3.74 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินฝากของธนาคารออมสิน คงค้าง 1.87 ล้านล้านบาท ธ.ก.ส. 1.12 ล้านล้านบาท ธอส. 6.3 แสนล้านบาท และ ไอแบงก์ 1.15 แสนล้านบาท หากให้ทุกแบงก์จ่ายเงินเข้ากองทุน 0.47% จะคิดเป็นเงินราว 1.75 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารออมสินจ่ายสมทบมากที่สุดถึงกว่า 8,780 ล้านบาท ธ.ก.ส. 5,264 ล้านบาท ธอส. 2,960 ล้านบาท และไอแบงก์ 540 ล้านบาท

รายงานระบุว่า การส่งเงินสมทบอาจส่งผลกระทบเป้าหมายการทำกำไรที่เป็นตัวชี้วัดการทำงาน การจ่ายเงินโบนัสพนักงาน รวมไปถึงภาคประชาชนด้วย เพราะแบงก์รัฐจะต้องผลักภาระด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (MLR) จากปัจจุบันที่ระดับ 6.875% หรือสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ที่ 6.750% อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังกระทบ ต่อการปล่อยสินเชื่อนโยบายรัฐ ที่ไม่สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น 34% ได้อีก เนื่องจากต้นทุนทางการเงินของธนาคารที่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังควรชั่งน้ำหนักระหว่างการทำตามมาตรฐานของธนาคารพาณิชย์ที่จะเอามาใช้กับแบงก์รัฐ ที่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากนโยบายรัฐบาลให้ทำงานในเชิงสังคม เช่น โครงการแก้หนี้นอกระบบ การปล่อยกู้ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการปล่อยกู้พยุงราคาสินค้า ซึ่งเป็นงานที่แบงก์พาณิชย์ไม่ทำ

ดังนั้น หากให้แบงก์รัฐส่งเงินสมทบในอัตรา เดียวกัน ก็ควรให้แบงก์พาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเพื่อสังคม ที่มีความเสี่ยงด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าในการหารือเรื่องการนำเงินส่งสมทบกองทุนแบงก์รัฐ จะมีการเสนอขอลดเงินนำส่งที่เป็นรายได้เข้าแผ่นดินลง เพื่อคงระดับการทำกำไรตาม เป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละปีให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมามีแบงก์รัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ที่ถูกกำหนดให้นำเงินรายได้ ส่งเข้าคลังสูงถึง 50% ซึ่งในปี 2556 ที่ผ่านมา ออมสินนำเงินรายได้ส่งเข้าคลังมากถึงกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ ธอส. นำส่งรายได้กว่า 3,075 ล้านบาท

หากกระทรวงการคลังยังยืนยันเรื่องส่งเงินสมทบ คาดว่าจะมีการเสนอขอลดเงินนำส่งเข้าคลังของแต่ละที่ลงครึ่งหนึ่ง หรือกึ่งหนึ่ง เพื่อให้แต่ละแบงก์ยังสามารถประคับประคองผลกำไรให้ได้ตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ รวมทั้งจะเสนอเรื่องเป้าหมายการระดมเงิน เข้ากองทุนแบงก์รัฐว่าสามารถหยุดส่งเงินได้เมื่อสมทบถึงจุดหนึ่งที่สามารถเพียงพอดูแลเรื่องเสถียรภาพ แบงก์รัฐได้ รวมถึงการหารือเรื่องวัตถุประสงค์การใช้เงินว่าใช้เพื่อการเพิ่มทุนของสถาบันเฉพาะกิจ การจ่ายเงินชดเชยให้แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจเนื่องจากการดำเนินธุรกิจตามมติคณะรัฐมนตรีเท่านั้น เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69