
ตรวจเลือดทดสอบเสี่ยงฆ่าตัวตาย
จากสถิติจำนวนประชากรโลกที่มีอัตราการทำอัตวินิบาตกรรมมีระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากหลายสาเหตุ ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขที่ทั่วโลกพยายามหาวิธีการป้องกัน อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ป้องกันแก้ไขได้ยาก เนื่องจากไม่มีวิธีการทดสอบที่แม่นยำพอที่จะคาดการณ์ได้ว่า ผู้ใดมีความเสี่ยงสูงในการตัดสินใจจบชีวิตตนเองลง
จากสถิติจำนวนประชากรโลกที่มีอัตราการทำอัตวินิบาตกรรมมีระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากหลายสาเหตุ ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขที่ทั่วโลกพยายามหาวิธีการป้องกัน อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ป้องกันแก้ไขได้ยาก เนื่องจากไม่มีวิธีการทดสอบที่แม่นยำพอที่จะคาดการณ์ได้ว่า ผู้ใดมีความเสี่ยงสูงในการตัดสินใจจบชีวิตตนเองลง
ล่าสุด ซาคารี คามินสกี้ และทีมนักวิจัยจากจอห์นส์ ฮอปกินส์ ได้ค้นพบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดขึ้นในยีนที่เรียกว่า “เอสเคเอ2” อาจจะส่งผลให้มนุษย์ผู้นั้นมีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายมากขึ้น ซึ่งก็หมายความว่า หากเข้ารับการตรวจเลือดที่กระทำในสถานพยาบาลโดยทั่วไปอาจจะช่วยทำนายได้ว่า ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือดคนใดมีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้ ทีมวิจัยค้นพบว่า ผู้ที่ทำอัตวินิบาตกรรมมีระดับเอสเคเอ2 ลดลงกว่าผู้ที่เสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ผู้วิจัยยังทดสอบตัวอย่างเลือดจำนวนหลายร้อยตัวอย่างเพื่อตรวจสอบและคาดการณ์ความเสี่ยงในการตัดสินใจจบชีวิตตนเองของผู้ทดสอบ พบว่ามีความแม่นยำในการคาดการณ์สูงถึง 90% ในการคัดกรองผู้เข้าร่วมทดสอบที่เคยมีประสบการณ์หรือความคิดในการพยายามฆ่าตัวตาย
อย่างไรก็ตาม การทดสอบดังกล่าวอาจไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างผู้ที่เกิดความเครียดหรือความวิตกกังวล แต่ไม่ได้คิดสั้นออกจากกลุ่มที่พยายามจะจบชีวิตตนเองได้ ทว่าสิ่งนี้ก็ช่วยคัดกรองและตรวจสอบผู้ที่กำลังประสบปัญหาในขั้นต้นได้







