
พักฐานก่อนค่อยขึ้นยาว
นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index ปรับขึ้นมาแล้วถึง 10% แซงหน้าเพื่อนบ้านที่ปรับขึ้นมาเฉลี่ย 4% และทำให้ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ไม่ได้เป็นตลาดที่วิ่งช้ากว่าตลาดอื่นเหมือนในช่วง 5 เดือนแรก เพราะถ้าเทียบจากต้นปีดัชนีปรับขึ้นมา 18% เกาะกลุ่มกับตลาด TIP ที่บวกเฉลี่ย 18% เช่นกัน ซึ่งสูงกว่าตลาดอื่นๆ ในเอเชียที่ปรับขึ้นมาเฉลี่ย 10% ความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคตได้สะท้อนไปในดัชนีบ้างแล้วในช่วงระยะเวลาเพียง 2 เดือนของการเข้ามาบริหารประเทศของ คสช. แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่ผลประกอบการทั้งปีของปี 2557 จะยังมีภาพของการเมืองที่กดดันในช่วง 5 เดือนแรก การเติบโตของกำไรในปีนี้จึงไม่สูงนัก (บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดไว้ 9.2%) และค่า PE ในปีนี้จึงยังดูแพงคือ 15.6 เท่า
นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี SET Index ปรับขึ้นมาแล้วถึง 10% แซงหน้าเพื่อนบ้านที่ปรับขึ้นมาเฉลี่ย 4% และทำให้ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ไม่ได้เป็นตลาดที่วิ่งช้ากว่าตลาดอื่นเหมือนในช่วง 5 เดือนแรก เพราะถ้าเทียบจากต้นปีดัชนีปรับขึ้นมา 18% เกาะกลุ่มกับตลาด TIP ที่บวกเฉลี่ย 18% เช่นกัน ซึ่งสูงกว่าตลาดอื่นๆ ในเอเชียที่ปรับขึ้นมาเฉลี่ย 10% ความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคตได้สะท้อนไปในดัชนีบ้างแล้วในช่วงระยะเวลาเพียง 2 เดือนของการเข้ามาบริหารประเทศของ คสช. แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่ผลประกอบการทั้งปีของปี 2557 จะยังมีภาพของการเมืองที่กดดันในช่วง 5 เดือนแรก การเติบโตของกำไรในปีนี้จึงไม่สูงนัก (บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดไว้ 9.2%) และค่า PE ในปีนี้จึงยังดูแพงคือ 15.6 เท่า
ตลาดหุ้นปัจจุบันยังแพงไป
ปัจจุบันที่ Earnings yield gap (ผลตอบแทนของตลาดหุ้นลบด้วยผลตอบแทนของตลาดพันธบัตร) อยู่ที่ 3.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีที่ 4.1% (ส่วนต่างที่แคบลง ถ้าไม่หมายถึงผลตอบแทนของตลาดหุ้นซึ่งเสี่ยงกว่า ต่ำลง ก็เป็นผลตอบแทนของพันธบัตรซึ่งเสี่ยงน้อยกว่า สูงขึ้น) สะท้อนว่าตลาดหุ้นยังไม่น่าสนใจและมีโอกาสปรับลงได้อีก เพราะตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดพันธบัตรเพียง 3.1% ต่ำกว่าผลตอบแทนในอดีตและอาจไม่คุ้มความเสี่ยง เราจึงมองว่าตลาดหุ้นน่าจะพักฐานก่อนในช่วงต้นเดือน ส.ค.และอาจใช้เวลาครึ่งเดือน ยกเว้นนักวิเคราะห์จะปรับประมาณการกำไรในปี 25572558 เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดให้ค่า P/E ต่ำลง ทำให้ผลตอบแทนในตลาดหุ้นมีส่วนต่างมากขึ้นจากตลาดพันธบัตร และจูงใจให้นักลงทุนกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง
สถิติ 5 ปีที่ผ่านมา ส.ค.เป็นเดือนที่ต่างชาติขาย ดัชนีลงเฉลี่ย 0.2% จากเดือนก่อนหน้า
สถิติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่หลังวิกฤตการเงินโลก (ปี 2552–2556) SET Index ในเดือน ส.ค. ปรับลงเฉลี่ยเพียง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า (MM) โดยมีโอกาส 60% ที่ดัชนีปรับขึ้นเฉลี่ย 4.6% และอีก 40% ที่ดัชนีปรับลงเฉลี่ยถึง 7.3% สะท้อนว่าตลาดในเดือน ส.ค.ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีความผันผวนสูง แต่เราคาดว่าเดือน ส.ค.ปีนี้ ดัชนีไม่น่าปรับลงแรงตามสถิติในอดีตเพราะเดือนส.ค.ในปี 2554 ตลาดกังวลกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และในเดือนส.ค.ปี 2556 ตลาดผิดหวังกับเศรษฐกิจไทยที่ต่ำกว่าคาดและกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลด QE ตรงกันข้ามกับปีปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกและไทยมีทิศทางที่ดีขึ้น และธนาคารกลางสหรัฐได้ดำเนินการลด QE มาอย่างต่อเนื่องจนใกล้สิ้นสุดโครงการแล้ว
ในส่วนของกระแสเงินทุนจากต่างชาติเดือน ส.ค.เป็นเดือนที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเฉลี่ย 1.3 หมื่นล้านบาท ก่อนจะกลับมาซื้อในเดือน ก.ย. และ ต.ค. ซึ่งผลักดันให้ SET Index ในช่วง 2 เดือนดังกล่าวปรับขึ้นเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2% MM
QE ของ ECB และ BOJ ช่วยลดผลกระทบการสิ้นสุด QE ของธนาคารกลางสหรัฐ
การประชุมของ FOMC วันที่ 29–30 ก.ค. ธนาคารกลางสหรัฐเดินหน้าลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงอีกเดือนละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เราคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลงต่อเนื่องจนสิ้นสุดโครงการในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเท่ากับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินโลกกำลังจะหายไป แต่ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์อยู่แล้ว ขณะที่มาตรการ QE ของฝั่งยุโรป (ECB) และญี่ปุ่น (BOJ) ที่มีออกมาจะช่วยลดผลกระทบ QE ของสหรัฐที่จะหายไปได้
จับตาหน้าตานายกฯ และคณะรัฐมนตรีในเดือนนี้
เหตุการณ์สำคัญในประเทศในเดือนนี้น่าจะอยู่ที่การเมือง หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดประชุมวันที่ 8 ส.ค.นี้ ภาระเร่งด่วนคือการสรรหานายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นหน้าตาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราวภายในเดือนนี้ เพื่อพิจารณาผ่านร่างงบประมาณปี 2558 หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประเทศ เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้างน่าจะกลับมามีสีสันอีกครั้งหนึ่งในเดือนนี้ พัฒนาการทางการเมืองที่ชัดเจนและมีความคืบหน้า โดยที่ตามโรดแมปของ คสช. น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปีเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ทำให้เราเห็นโครงสร้างประเทศช่วงเว้นวรรคประชาธิปไตยและเห็นสัญญาณการคลายอำนาจของ คสช. ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น







