
มือถือกำไรยังไม่ฟื้น
แอดวานซ์รับสภาพลดรายได้โตไม่เกิน2%ดีแทคปรับกลยุทธ์เพิ่มลูกค้าใหม่
แอดวานซ์รับสภาพลดรายได้โตไม่เกิน2%ดีแทคปรับกลยุทธ์เพิ่มลูกค้าใหม่
ADVANC เผยไตรมาส 2 กำไร 8,475 ล้านบาท วูบเฉียด 8% หั่นรายได้ปีนี้โตไม่เกิน 2% DTAC ยันกำไรโต
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 8,475 ล้านบาท ลดลง 719 ล้านบาท หรือ 7.82% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 6 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 17,955 ล้านบาท ลดลง 1,162 ล้านบาท หรือ 6.07% จากระยะเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 19,117 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัตินำกำไรทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรก มาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้ทั้งหมดในอัตราหุ้นละ 6.04 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 18 ส.ค.นี้
บริษัทปรับลดคาดการณ์รายได้จากการให้บริการในปีนี้เพิ่มขึ้นเพียง 12% จากเดิมคาดไว้ที่ 68% แม้สถานการณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่ยังคงใช้เงินลงทุนโครงข่ายที่ 4 หมื่นล้านบาทเช่นเดิม ไม่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนประมูลคลื่น 4จี ออกไปเป็นปี 2558 และคาดว่าค่าตัดจำหน่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 18% และปรับประมาณการอีบิตดามาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 44.4% จากเดิมที่คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่ลูกค้าในระบบ 3จี ขึ้นเป็น 85% ของฐานลูกค้าทั้งหมดในสิ้นปี
บริษัทยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตรา 100% ของกำไรสุทธิ และมีเป้าหมายที่จะจ่ายปีละ 2 ครั้ง เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและระดับหนี้ที่ต่ำ โดยมีแนวทางนำเงินสดจากการดำเนินงานมาลงทุนในโครงข่าย รวมถึงค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ร่วมกับเงินกู้ยืมจากภายนอก
ทั้งนี้ เงินปันผลงวดนี้ที่จ่ายหุ้นละ 6.04 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 2.845 เทียบกับราคาหุ้นปิดที่ 212 บาท
ด้าน นายชวิต แสงอุดมเลิศ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อบริการโครงข่ายไว้ทรงตัวใกล้เคียงจากปี 2556 ที่มีรายได้ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกทำได้ 3.47 หมื่นล้านบาท ติดลบ 1% ส่วนครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ประมาณ 1%
“เราปรับกลยุทธ์ให้ความสำคัญการเพิ่มรายได้หลังการเมืองคลี่คลาย และการบริโภคเริ่มฟื้นตัว จากในช่วง 6 เดือนแรกให้ความสำคัญกับการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด คุณภาพลูกค้า และอัตรากำไร” นายชวิต กล่าว
สำหรับครึ่งปีหลังบริษัทตั้งงบลงทุนด้านการตลาดและออกโปรโมชั่นเพิ่มเป็นประมาณ 7% ของรายได้ จากระดับปกติที่ใช้ประมาณ 45% เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มลูกค้าใหม่จากปัจจุบันที่มีจำนวน 28 ล้านเลขหมาย และกระตุ้นยอดการใช้บริการ
อย่างไรก็ดี แนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2557 น่าจะดีขึ้นจากปีก่อน หลังจากในปีนี้วางเป้าหมายอัตรากำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดามาร์จิ้น) เพิ่มเป็น 35-37% จากปีก่อนที่ 32% เนื่องจากสามารถลดต้นทุนจากส่วนแบ่งรายได้เหลือสัดส่วน 5.25% ของรายได้ จากโครงข่าย 3จี ใช้ระบบใบอนุญาตจากระบบสัมปทานเดิมที่ต้องจ่ายกว่า 30%
แนวโน้มรายได้ในปี 2558-2559 บริษัทมีโอกาสเติบโตตามอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 78% บนสมมติฐานที่จีดีพีจะขยายตัวประมาณ 45% ต่อปี
ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมการเปิดประมูลใบอนุญาต 4จี ในปีหน้า ณ สิ้นไตรมาส 2 มีอัตราหนี้สินต่ออีบิตดาสุทธิต่ำเพียง 0.5 เท่า จากนโยบายที่วางไว้ไม่เกิน 2 เท่า ทั้งนี้หากเทียบจากฐานอีบิตดาในปี 2556 ที่ทำได้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท บริษัทจะสามารถก่อหนี้ได้ถึงประมาณ 6 หมื่นล้านบาท
“การเปิดประมูล 4จี ตอนนี้ยังต้องรอกฎหมายใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าจะกำหนดบทบาทหน้าที่ กสทช.อย่างไร ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทางอย่างไร เพื่อให้ทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม ได้ประโยชน์ร่วมกัน” นายชวิต กล่าว
นายชวิต กล่าวว่า ในปี 2557 ยังคงงบลงทุนรวมไว้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยเงินลงทุนหลักจะใช้เพื่อพัฒนาโครงข่าย 3จี เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่บริการ โดยในช่วงครึ่งปีแรกใช้งบลงทุนไปแล้วประมาณ 7,000 ล้านบาท







