
เอกชนดันอีสานฟื้นการค้า-ลงทุนกระเตื้อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน
โดย...ทีมเศรษฐกิจการเงินโพสต์ทูเดย์
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 พบว่า เศรษฐกิจไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะฟื้นตัวเห็นได้จากการค้า และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
ธเนศชัย อังวราวงศ์ ผู้อำนวยการ ธปท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า เศรษฐกิจในพื้นที่ภาคอีสานในไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 เริ่มทรงตัวขึ้น หลังจากชะลอตัวมานานและส่งสัญญาณดีขึ้นหลังการเข้ามาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จากการอนุมัติงบประมาณและโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ การเข้าบริหารประเทศของ คสช. สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้บริโภคที่มีการปรับตัวขั้นสูงมากเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ของปี แม้จะพบว่าการลงทุนยังคงหดตัวลง แต่การลงทุนในระยะต่อไปเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนจากเงินลงทุนในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 93% ในเดือน มิ.ย. หลังจากที่หดตัวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556
ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน พบว่า เดือน มิ.ย. ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัวจากเดือนเดียวกันปีก่อน 5.8% และหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าตามภาคการก่อสร้างเป็นสำคัญ สะท้อนจากพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างยังคงลดลงถึง 36.4% ในเดือน มิ.ย. แต่การลงทุนในระยะต่อไปในพื้นที่อีสานเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น โดยเงินลงทุนในโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น 93% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังจากที่หดตัวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556
สำหรับการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ปรากฏว่าดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนลดลง 2.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามรายได้เกษตรกรที่ลดลงจากราคาพืชผลและความกังวลจากภาระหนี้ครัวเรือนทำให้ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย โดยพบว่าเดือน มิ.ย. ปริมาณจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ลดลงจาก 36.1% 22.3% และ 20.4% ตามลำดับ จากช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์การเมืองมีความชัดเจน ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นมาก มาอยู่ที่ระดับ 38.0 ในเดือน มิ.ย. จาก 29.1 ในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับภาคการค้าที่ดัชนีการค้าหดตัวน้อยลงตามการค้าส่งที่ขยายตัว สะท้อนถึงการสะสมสต๊อกของผู้ประกอบการเพื่อรองรับการบริโภคที่คาดว่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบกับการค้าปลีกสินค้าจำเป็น และการค้าในห้างสรรพสินค้าขยายตัวดี แม้ว่าค้าปลีกโดยรวมยังคงหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการค้าปลีกสินค้าคงทน ทั้งการค้ารถยนต์ที่หดตัวจากฐานในปีก่อนและการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่หดตัว ตามความต้องการที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับการลงทุนภาคก่อสร้างที่หดตัว
นอกจากนี้ ดัชนีการผลิตอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากที่หดตัวในเดือนก่อนหน้า ผลจากการผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับเทศกาลฟุตบอลโลก ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกหดตัวทั้งการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และน้ำตาล เนื่องจากความต้องการในต่างประเทศลดลง
สำหรับภาคการเงิน พบว่าสิ้นไตรมาส 2 ธนาคารพาณิชย์ในภาคอีสานมีเงินฝากคงค้าง 608.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอลงจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยพบว่าบัญชีออมทรัพย์ขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนอีสานหันมาให้ความสนใจในการออมมากขึ้น ขณะที่สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 794 พันล้านบาท โดยขณะนี้สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนมีข้อจำกัดจากภาระที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ธปท.ได้ประสานการทำงานร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งตำรวจและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของธนบัตรปลอม โดยพบว่าในขณะนี้มีการระบาดของธนบัตรฉบับละ 1,000 บาทแล้วที่ จ.อุบลราชธานี ที่มีการผลิตขึ้นมาเองของกลุ่มขบวนการค้าธนบัตรปลอมและนำมาใช้จ่ายในพื้นที่ จึงสืบสวนหาข่าวเพื่อเร่งกวดขันจับกุม







