posttoday
เชื่อเงินไหลกลับตลาดเอเชีย

เชื่อเงินไหลกลับตลาดเอเชีย

04 สิงหาคม 2557

แอสเซท พลัส มองเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดเอเชียต่อเนื่อง แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นญี่ปุ่นจีนไทย

แอสเซท พลัส มองเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดเอเชียต่อเนื่อง แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นญี่ปุ่นจีนไทย

นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดหุ้นเอเชียให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น แต่ในช่วงครึ่งปีหลังความกังวลภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างฉับพลัน (ฮาร์ดแลนดิ้ง) ในจีนเริ่มลดลง ประกอบกับตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของจีนที่ 7.5% ส่งสัญญาณการขยายตัวของเอเชียที่ชัดเจน รวมถึงมูลค่าหุ้นที่ถูกกว่าตลาดอื่น จึงเริ่มมีเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นจีนและเอเชียมากขึ้น

นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นและค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่ได้แข็งค่าขึ้นตามการคาดการณ์ของตลาด ประกอบกับมูลค่าหุ้นสหรัฐที่สูงขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย บริษัทจึงแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุน

สำหรับเศรษฐกิจจีน ซึ่งบริษัทยังคาดว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะส่วนจะช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจจีนได้ รวมถึงมาตรการทางภาครัฐอื่นๆ ที่ช่วยพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการเงิน สำหรับการลงทุนระยะยาว บริษัทแนะนำกองทุนเปิดแอสเซทพลัสไชน่า (ASPCHINA) เน้นลงทุนในหุ้นธุรกิจจีนขนาดกลางที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง

นอกจากนี้ แนะนำกองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท (ASPNGF) สำหรับการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าการที่รัฐบาลอาจใช้มาตรการคลังเพิ่มเติม เช่น ลดภาษีธุรกิจ หรือใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ยังเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น ขณะที่นโยบายปฏิรูประบบเศรษฐกิจยังต้องติดตามผลในระยะยาว

สำหรับตลาดหุ้นไทย มองว่าดัชนีในปัจจุบันอยู่ที่ระดับพี/อี 15 เท่า สะท้อนถึงปัจจัยภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการเมืองที่ชัดเจนและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่จะทยอยออกมา ซึ่งจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของตลาดหุ้นและบริษัทจดทะเบียนและมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับน่าสนใจลงทุน ทำให้มีโอกาสดึงเม็ดเงินลงทุนของต่างประเทศเข้ามาลงทุนได้ จึงแนะเพิ่มลงทุนหุ้นไทยผ่านกองทุนเปิดแอสเซทพลัสกำไรปันผล (ASPGDF) และกองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นไทย (ASPTHEQ)

สำหรับตลาดหุ้นยุโรปในระยะยาว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสนับสนุน คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 1.59% เพิ่มขึ้นจาก 0.13% ปีก่อน ซึ่งจะส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต แต่ระยะสั้นยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปล่าสุดส่งสัญญาณชะลอตัว ปัญหาภาคธนาคารในยุโรปและความไม่สงบในยูเครนและรัสเซีย จึงให้น้ำหนักลงทุนปานกลาง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ