
"ราชากาแฟ"แดนลอดช่องเติบโตจากดินเหินบินสู่ดาว
ทุกคนย่อมมีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่จุดสุดยอดในหน้าที่การงาน แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถบรรลุความฝันได้
โดย...ชาลินี ลงกานี
ทุกคนย่อมมีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่จุดสุดยอดในหน้าที่การงาน แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถบรรลุความฝันได้ เพราะกว่าจะไต่เต้าบันไดไปจนถึงขั้นสุดท้ายก็ต้องอาศัยหลายปัจจัยเป็นแรงขับเคลื่อน พร้อมๆ กับฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากมาย ตัวอย่างนักธุรกิจที่สามารถสานฝันให้เป็นจริงได้คนหนึ่งคือ ฮุนทิงเลียง เจ้าพ่อวงการกาแฟแห่งสิงคโปร์ ซึ่งไม่ละทิ้งความพยายามในการพัฒนาตนเอง พร้อมกับคืนกำไรให้กับชุมชน
ด้วยวัย 65 ปี ฮุนทิงเหลียง เจ้าของบริษัท เดอะบอสเซส เน็ตเวิร์ก ที่บริหารกิจการร้านกาแฟคิมซานเล้งกว่า 32 สาขาทั่วประเทศ ได้ผ่านประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนมาแล้วอย่างโชกโชน และได้ถ่ายทอดบทเรียนชีวิตผ่านหนังสือเล่มใหม่ที่นักธุรกิจต่างหมายปองจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแค่เพียงชั่วข้ามคืน จนในขณะนี้บรรดาสื่อต่างยกย่องให้เป็น “ราชาแห่งกาแฟ”
ในหนังสือที่ให้คำแนะนำวิธีการดำเนินกิจการให้กับนักธุรกิจ ฮุนทิงเหลียง ได้เปิดเผยว่า ในอดีตเขาเคยหกล้มคลุกคลานมาแล้วจนนับไม่ถ้วน ตั้งแต่เริ่มเข้าเป็นคนงานในร้านกาแฟของพ่อ ที่เมืองหูกัง ตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี และเมื่ออายุครบ 24 ปีก็ก่อตั้งร้านของตัวเองร่วมกับน้องชาย ต่อมาไม่นานเจ้าพ่อกาแฟแดนลอดช่องก็ต้องตกเป็นข่าวหนาหูจากการทุ่มเงินกว่า 3.52 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อซื้อกิจการร้านกาแฟที่ถนนบีชาน 13 ซึ่งเป็นเขตเมืองย่านคนรวย และถือครองกรรมสิทธิ์ของร้านดังกล่าวจนถึงทุกวันนี้ แต่มูลค่าของร้านได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไปหลายเท่าตัว
นอกจากนี้ หนังสือยังได้ระบุว่าความเป็นผู้นำ คือสิ่งที่ทำให้บริษัท เดอะบอสเซส เน็ตเวิร์ก โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1980 ฮุนรู้สึกว่าการที่เขาออกจากโรงเรียนเมื่อครั้งยังเด็กจนเรียนไม่จบมัธยมเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในอนาคต จึงคิดที่จะพัฒนาตนเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เลยลงเรียนหลักสูตรการจัดการธุรกิจนอกเวลาที่สถาบันการจัดการแห่งสิงคโปร์ (เอสไอเอ็ม)
ความใฝ่รู้ของฮุนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะเข้าร่วมการประชุม หรือการเสวนา เพื่อรับฟังประสบการณ์จากผู้อื่นและเก็บมาไว้เป็นบทเรียน ในบางครั้งก็ถึงขั้นเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้เลยทีเดียว ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับคนพูดภาษาจีนในยุคนั้น เมื่อเข้าร่วมการอบรม การประชุมบ่อยครั้งเข้าจนมีคนจำหน้าได้ เลยได้รับฉายาว่าเป็น “นักเรียนมืออาชีพ” พร้อมกับได้รับรางวัลลูกค้าจากสิงคโปร์ดีเด่นประจำปี 1996 จากสถาบันพัฒนาแรงจูงใจสู่ความสำเร็จของสหรัฐ
ภายหลังในปี 1996 ฮุนทิงเหลียงได้ชักชวนเพื่อนๆ ที่มีแนวคิดหัวก้าวหน้าทางธุรกิจมารวมกลุ่มกันเป็นผู้จัดงานเสวนาขึ้นเอง เนื่องจากการไปฟังการบรรยายที่อื่นอาจไม่ตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการ กลุ่มของฮุนได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากในเวลาสั้นๆ จนต้องเปลี่ยนจากการฟังบรรยายบนโต๊ะอาหาร มาเป็นพูดในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่พร้อมรองรับคนไม่ต่ำกว่า 100 คน สมาชิกของกลุ่มในปัจจุบันได้ทวีคูณเพิ่มขึ้นถึง 700 คน และในแต่ละปีก็จะมีการออกไปเที่ยวเรือสำราญด้วยกัน
สุดท้ายนี้ เมื่อถูกถามว่าได้รับประโยชน์อะไรจากการจัดงานบรรยายเหล่านี้ ราชาแห่งกาแฟก็ตอบกลับมาว่า “เรากำลังทำประโยชน์ให้กับชุมชน แค่เพียงได้ช่วยเหลือผู้อื่นในเรื่องของธุรกิจในแบบที่พวกเราทำได้ แค่นั้นก็น่าดีใจแล้ว”







