KTAMส่งทริกเกอร์ฟันด์ช้อนหุ้น
บลจ.กรุงไทย ฉวยจังหวะตลาดหุ้นปรับตัวลง คลอดทริกเกอร์ฟันด์ ขาย 1-7 ส.ค.นี้
บลจ.กรุงไทย ฉวยจังหวะตลาดหุ้นปรับตัวลง คลอดทริกเกอร์ฟันด์ ขาย 1-7 ส.ค.นี้
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย หรือ KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจของไทยในครึ่งปีหลัง ของปี 2557 จนถึงปี2558 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องหลังจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และนักลงทุนกลับมา จากการที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาจัดการบริหารประเทศ ช่วยให้กลไกของภาครัฐเริ่มเดินหน้าได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยเริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามถึงแม้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมากแล้วนับตั้งแต่ต้นปี จาก 1,298.71 จุด เพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 1,543.92 จุด หรือ ประมาณ 16.95% แต่ถ้ามองเป็นรายตัวยังมีหุ้นหลายตัวที่ยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกมาก จากนโยบายจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้เกิดการจ้างงาน การอุปโภคบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น การลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศจะเริ่มขยายตัวออกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ มากขึ้น
นอกจากนี้หุ้นบางกลุ่มปรับตัวลดลงจากความไม่ชัดเจนของนโยบาย เช่น การปฎิรูปพลังงานและสื่อสาร ซึ่งปัจจุบันเริ่มชัดเจนมากขึ้นว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร ทำให้ราคาของหุ้นกลับมาสะท้อนต่อปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง จึงมองโอกาสที่ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นซึ่งมีโอกาสสูง
นางชวินดา กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1518.79 จุด บริษัทจึงเห็นโอกาสดีที่จะเข้าลงทุน จึงเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทย 5% ทริกเกอร์ ฟันด์ 3 (TRIG5-3) เสนอขายครั้งแรกและครั้งเดียวในวันที่ 1-7 ส.ค. 2557 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ราคาหน่วลงทุนละ 10 บาท ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท โดยผู้จัดการลงทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์และจะเลิกโครงการโดยอัตโนมัติ เมื่อหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.5555 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป
สำหรับกลยุทธ์ในการบริหารกองทุนจะเน้นลงทุนหุ้นรายตัวที่จะได้รับประโยชน์จากปัจจัยต่างๆ ที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจท่องเที่ยว สื่อสารและพลังงาน โดยใช้กลยุทธ์ในการคัดสรรหลักทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงตามปัจจัยพื้นฐาน มีศักยภาพในการเติบโตที่มั่นคงและสามารถสร้างอัตราการเติบโตของกำไร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและได้รับประโยชน์จากการบริโภค อุปโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 1,580 จุด







