
มาตรฐานการบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
ในกรณีฉุกเฉินผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะเจ็บป่วยจากโรคภัยที่ตนมีอยู่อย่างกะทันหัน หรือได้รับอุบัติเหตุที่ร้ายแรง ต่างก็คาดหวังว่าจะได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วนในแผนกคนไข้ฉุกเฉินหรือส่งคนไข้ไปแผนกอื่นที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นอย่างทันท่วงที มากกว่าที่จะได้รับการปฏิเสธว่าให้ไปใช้สิทธิตามสถานพยาบาลที่ตนมีสิทธิ
ในกรณีฉุกเฉินผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะเจ็บป่วยจากโรคภัยที่ตนมีอยู่อย่างกะทันหัน หรือได้รับอุบัติเหตุที่ร้ายแรง ต่างก็คาดหวังว่าจะได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วนในแผนกคนไข้ฉุกเฉินหรือส่งคนไข้ไปแผนกอื่นที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นอย่างทันท่วงที มากกว่าที่จะได้รับการปฏิเสธว่าให้ไปใช้สิทธิตามสถานพยาบาลที่ตนมีสิทธิ
การรักษาพยาบาลฉุกเฉินจะไม่เป็นผลดีหากมีความล่าช้า ผู้ป่วยฉุกเฉินจะเสียโอกาสในการมีชีวิตรอด เท่าที่ผ่านมาในอดีตผู้ป่วยฉุกเฉินจำนวนไม่น้อยที่ได้รับการบ่ายเบี่ยงการรักษาพยาบาล ถูกถามสิทธิก่อนรักษา และต้องสำรองจ่ายเงินก่อนการรักษา
ปัจจุบันระบบประกันสุขภาพของรัฐประกอบด้วย 3 กองทุน คือ (1) กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กรมบัญชีกลาง (2) กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ (3) กองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม
ทั้ง 3 กองทุนต่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม ได้ดำเนินการภายใต้เป้าหมายที่สอดคล้องกัน คือ “เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ทั่วถึงทุกคน” เมื่อมีผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินที่อาจถึงแก่ชีวิต จะต้องไม่ถูกถามสิทธิ และสามารถรักษาได้ทันทีในทุกพื้นที่ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ทุกคนจะต้องได้รับบริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน อันเป็นการแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคระหว่าง 3 กองทุนสุขภาพของรัฐ
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2557 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ เรื่อง มาตรฐานการบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของสถานพยาบาล พ.ศ. 2557 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2557 นับจากนี้ “ผู้ป่วยฉุกเฉิน” ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน อันเป็นภยันตรายต่อการดํารงชีวิตหรือการทํางานของอวัยวะสําคัญ จะได้รับการประเมิน การจัดการและการบําบัดรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยนั้น เป็นไปตามมาตรฐานการบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ผู้ป่วยฉุกเฉินต้องได้รับการบริการฉุกเฉินจนเต็มขีดความสามารถของสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารับการรักษานั้นก่อนที่จะมีการส่งต่อ
การให้บริการต่อผู้ป่วยฉุกเฉินต้องเป็นไปตามความจําเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน มิให้นําสิทธิการประกัน การขึ้นทะเบียนสถานพยาบาล หรือความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยฉุกเฉินหรือเงื่อนไขใดๆ มาเป็นเหตุปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินให้ไม่ได้รับการบริการอย่างทันท่วงที
สถานพยาบาลต้องดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินจนพ้นวิกฤต ในกรณีที่ต้องส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังสถานพยาบาลอื่น ต้องดำเนินการตามมาตรฐานไม่ใช่ผู้ป่วยไปเอง ผู้ประกอบวิชาชีพต้องให้การรับรองว่า การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันการเสียชีวิต หรือทำให้อาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น
นับว่าเป็นเรื่องดีที่ตามประกาศมีการแบ่งผู้ป่วยฉุกเฉินออกเป็น 3 ระดับ คือ (1) ฉุกเฉินวิกฤต ใช้สัญลักษณ์สีแดง (2) ฉุกเฉินเร่งด่วน ใช้สัญลักษณ์สีเหลือง และ (3) ฉุกเฉินไม่เร่งด่วน ใช้สัญลักษณ์สีเขียว เพื่อให้การรักษาของสถานพยาบาลมีความสอดคล้องต้องตรงกัน
เท่าที่ผ่านมาประชาชนถูกเรียกเก็บเงินจากสถานพยาบาล ประกาศฉบับนี้จะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สามารถแก้ปัญหาการเข้ารับบริการฉุกเฉินในโรงพยาบาลที่อยู่นอกเครือข่ายเช่น โรงพยาบาลเอกชน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน กระทรวงสาธารณสุขควรประชาสัมพันธ์ประกาศ เรื่องมาตรฐานการบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของสถานพยาบาล พ.ศ. 2557 ให้รับทราบกันอย่างกว้างขวาง
ทั้งสถานพยาบาลต่างๆ ที่จะต้องให้ความร่วมมือรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ตลอดจนเจ้าหน้าที่บุคลากรของสถานพยาบาลให้ตระหนักถึงความสำคัญของประกาศนี้ รวมถึงประชาชนทั่วไปให้รับทราบถึงสิทธิของตนเองในการรับการรักษาพยาบาลในกรณีที่บาดเจ็บหรือป่วยฉุกเฉิน เพื่อให้ประกาศนี้มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน







