
PDGชงปันผลงวดกลางปี
เอาใจผู้ถือหุ้น/วันแรกแจกกำไรอื้อมั่นใจครึ่งปีหลังแนวโน้มดีตามเศรษฐกิจ
เอาใจผู้ถือหุ้น/วันแรกแจกกำไรอื้อมั่นใจครึ่งปีหลังแนวโน้มดีตามเศรษฐกิจ
หุ้นใหม่ “พรอดดิจิ” แจกกำไร 92.86% ชงบอร์ดเดือน ส.ค. ปันผลระหว่างกาลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไร
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. หุ้นของบริษัท พรอดดิจิ (PDG) ซึ่งได้เสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก โดยราคาเปิดที่ 6.90 บาท และขึ้นไปสูงสุดที่ 7 บาท และปิดตลาดที่ 5.40 บาท เหนือราคาจองที่ 2.80 บาท หรือให้กำไรคนจองซื้อ 92.86%
นายธงชัย ตันสุทัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอดดิจิ เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค. 2557 จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ของบริษัท เพื่อให้พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลประกอบการงวดครึ่งแรกของปี 2557 ให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งตามนโยบายบริษัทจะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
สำหรับรายได้ในปี 2557 วางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ประมาณ 1015% จากปี 2556 ที่มีรายได้จากการขายประมาณ 694 ล้านบาท แม้รายได้ในไตรมาสแรกปี 2557 จะมีรายได้ 183 ล้านบาท ใกล้เคียงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรไตรมาสแรกปี 2557 จากการดำเนินงาน ไม่รวมกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 16 ล้านบาท ใกล้เคียงจากงวดเดียวกันปีก่อนด้วยเช่นกัน แม้ช่วงครึ่งแรกปีนี้จะมีผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองที่กระทบเศรษฐกิจ แต่คาดว่าในงวดครึ่งหลังของปีนี้เศรษฐกิจจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นหลังปัญหาการเมืองคลี่คลาย ส่งผลดีต่อยอดขายของบริษัทเปรียบเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ที่มีหลายปัญหา
“กำไรปีนี้คงจะมีการเติบโตจากปีที่แล้ว แต่เป็นอัตราเติบโตต่ำกว่าเป้ารายได้ปีนี้ เพราะยอดขายที่ชะลอลงในช่วงครึ่งปีแรกจะกระทบให้ต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น แต่ครึ่งปีหลังน่าจะมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนของเศรษฐกิจ และส่งผลดีต่อยอดขายบริษัท” นายธงชัย กล่าว
นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายรายได้ภายใน 3 ปี ระหว่างปี 2557-2559 จะเพิ่มถึงระดับ 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มาจากปัจจัยการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ และแผนการขยายกำลังผลิตของบริษัท รวมถึงบางส่วนจากแผนการขยายไปตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายขวดให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 อันดับแรก คือ บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) และบริษัท น้ำมันบริโภคไทย รวมกันสัดส่วนประมาณ 3040% ของรายได้ของบริษัท หรือมีสัดส่วนถึงประมาณ 90% ของขวดที่ผู้ถือหุ้นต้องการใช้ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่แน่นอน ขณะที่กำลังการผลิตขวดใหม่ที่เพิ่มเพื่อรองรับความต้องการฐานลูกค้าเติบโตขึ้น รวมถึงยังมีแผนที่จะขยายไปยังกลุ่มลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้และเครื่องปรุงรสอาหารที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี
สำหรับแผนลงทุนในปี 2557 วางงบไว้ประมาณ 100-120 ล้านบาท เพื่อลงทุนใน 4 ด้าน คือ ซื้อเครื่องจักรเป่าขวดใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตเป็น 60 ล้านขวด/เดือน ในต้นปี 2558 จากปัจจุบันที่ผลิต 50 ล้านขวด/เดือน เครื่องสวมฉลาก เครื่องบรรจุถุง และธุรกิจแม่พิมพ์ขวด
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ซึ่งกำลังพิจารณาโอกาสในสองประเทศ คือ พม่าหรือกัมพูชา โดยเฉพาะในพม่าที่ตลาดกำลังเปิดกว้าง ด้วยจำนวนประชากรที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อที่สูง หลังจากเริ่มมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปจำนวนมาก ขณะเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงขาขึ้นของการเติบโต รวมถึงยังศึกษาแนวทางการออกไป ทั้งรูปแบบการส่งสินค้าออกไปจำหน่าย หรือการตั้งโรงงานผลิตเอง หรือการร่วมทุนเพื่อตั้งโรงงานกับพันธมิตร ซึ่งทั้งโครงการน่าจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยน่าจะได้ข้อสรุปแผนที่ชัดเจนการออกไปในต่างประเทศได้ในช่วงต้นปี 2558







