posttoday
ไทยเดินเกมจับมือจีนผุดแหล่งเงินกู้ในอาเซียน

ไทยเดินเกมจับมือจีนผุดแหล่งเงินกู้ในอาเซียน

30 กรกฎาคม 2557

สัปดาห์ที่ผ่านมา รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติราชการแทน รมว.คลัง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

สัปดาห์ที่ผ่านมา รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติราชการแทน รมว.คลัง เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติให้คลังเข้าร่วมกับสมาชิกอาเซียนในการหารือกับกระทรวงการคลังของจีนถึงรายละเอียดการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) ที่จีนเป็นผู้เสนอแนวคิดในการจัดตั้ง

ทั้งนี้ AIIB มีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ถือเป็นแหล่งเงินทุนอีกแหล่งสำหรับไทยและประเทศในภูมิภาคที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยระหว่างนี้กำลังเจรจาถึงจำนวนเงินที่แต่ละประเทศจะลงขันในการตั้ง AIIB และรายละเอียดการกู้เงินของประเทศสมาชิก

รังสรรค์ ระบุว่า คสช.ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จึงให้คลังรายงานผลการหารือให้ คสช.ทราบในรายละเอียด เพื่อขออนุมัติลงนามในเอ็มโอยูต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิเคราะห์กรณีที่ คสช.ไฟเขียวให้คลังเข้าร่วมตั้ง AIIB ต้องถือว่าเรื่องนี้มีนัยทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง

ในแง่ของทางเศรษฐกิจแน่นอนว่าไทยรวมถึงประเทศในสมาชิกอาเซียน จะมีทางเลือกในการกู้เงินที่มีต้นทุนต่ำเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้อีกช่องทางหนึ่ง จากเดิมต้องกู้จากธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) แต่ไม่ได้ต้นทุนต่ำเหมือนที่ผ่านมา เพราะทั้งสององค์กรไม่ได้จัดให้ไทยเป็นประเทศยากจนที่ต้องช่วยเหลืออีกต่อไป

นอกจากนี้ ไทยมีความจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนของกระทรวงคมนาคมในอีก 5-6 ปีข้างหน้า วงเงินไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท AIIB จึงเป็นตัวช่วยสำคัญของไทย ในการเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการลงทุน

แต่ในแง่การเมือง การตั้ง AIIB ถือว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นขึ้น โดยเฉพาะภายใต้การบริหารประเทศของ คสช. ที่ถูกสหรัฐและกลุ่มประเทศยุโรปบอยคอต ทำให้ต้องหันมาร่วมมือกับจีนทางเศรษฐกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ มีโครงการหลายโครงการที่จีนต้องการเข้ามาลงทุนในไทย ทั้งรถไฟทางคู่ รถเมล์เอ็นจีวี ฯลฯ การที่ไทยยอมเข้าร่วมตั้ง AIIB น่าจะทำให้จีนยื่นข้อเสนอในโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับไทยมากขึ้น

ที่ผ่านมาจีนมีความพยายามจัดตั้ง AIIB มานาน แต่รัฐบาลในอดีตดึงเรื่องไว้ไม่อนุมัติ เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐและยุโรปมากกว่า การดึงเรื่อง AIIB จึงเท่ากับปิดประตูไม่ให้จีนขึ้นมาผงาดการเป็นผู้นำด้านการเงินโลกได้ หลังจากที่จีนแซงหน้าทั้งสหรัฐและยุโรปในด้านการค้าไปแล้ว

และการที่ คสช.ไฟเขียวให้ไทยร่วมตั้ง AIIB ก็อาจจะตีความได้ว่าเป็นการปลดแอกเศรษฐกิจไทยจากสหรัฐและยุโรป โดยเฉพาะด้านการเงินที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินจากธนาคารโลกเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ก่อนหน้าที่ คสช.อนุมัติให้ไทยร่วมตั้ง AIIB ไม่กี่วัน ยังไฟเขียวไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) และธนาคารกลางฮ่องกง ลงนามในความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ หรือ CMIM Agreement โดยเพิ่มวงเงินของ CMIM จาก 120 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 240 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสมาชิกจะได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นเพิ่มจาก 20% เป็น 30% เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประเทศสมาชิกหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ถือเป็นช่องทางเพิ่มจากเดิมที่มีกองทุนการระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟอยู่

น่าจับตาว่าการดำเนินการของ คสช.ในการถ่วงดุลด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมหาอำนาจทั้งสอง ฝ่ายครั้งนี้ จะได้ผลเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ