คสช.อนุมัติงบ835ล.สร้างถนนยางพาราจังหวัดใต้
คสช.อนุมัติงบกลาง 835 ล้าน ใช้จ่ายก่อสร้างถนนจังหวัดชายแดนใต้ 37 สายโดยใช้ยางพาราผสมยางมะตอย พร้อมเห็นชอบการปรับลดงบกลางและการก่อหนี้สาธารณะปี58
คสช.อนุมัติงบกลาง 835 ล้าน ใช้จ่ายก่อสร้างถนนจังหวัดชายแดนใต้ 37 สายโดยใช้ยางพาราผสมยางมะตอย พร้อมเห็นชอบการปรับลดงบกลางและการก่อหนี้สาธารณะปี58
นางสาวปัฐมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานทีมโฆษก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช. ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)และหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ได้อนุมัติงบประมาณ 835.93 ล้านบาท จากงบกลางปี 2557 เพื่อใช้จ่ายในการก่อสร้างถนนที่ชำรุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจ.สงขลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้โครงการนี้ จะเป็นการใช้ยางพาราผสมยางมะตอยเพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงถนน 37 สาย ระยะทาง 974 กิโลเมตร โดยระยะเวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น 360 วัน
“โครงการนี้ผ่านการวิจัยโดยสถาบันวิจัยยางพารา กระทรวงเกษตรฯ มาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันซึ่งพบว่ายางพาราผสมยางมะตอยจะทำให้ถนนมีความแน่นกว่าการใช้ยางมะตอย 2.9 เท่า และอายุการใช้งานยาวนานกว่า 2 เท่า ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงถนน”นางสาวปัฐมาภรณ์ กล่าว
นางสาวปัฐมาภรณ์ กล่าวว่า หัวหน้า คสช. ยังได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้แก่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกิดการนำยางพาราในประเทศมาใช้ให้เพิ่มขึ้น และให้หน่วยงานภาครัฐขอความรร่วมมือกับภาคเอกชนให้ใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงให้สำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ไปหาแนวทางส่งเสริมการลงทุนที่สอนคล้องกับแนวทางนี้
ด้านความคืบหน้าในการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางซึ่ง คสช. ได้อนุมัติงบกลางเพื่อช่วยเหลือไป 6,159 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการตรวจสอบรายชื่อเกษตรกร เลขที่บัญชี จำนวนเงินที่จ่ายจริง พบว่ามีเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้ว 7.95 หมื่นครัวเรือน ขณะนี้สำนักงบประมาณได้โอนจัดสรรเงินช่วยเหลือแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 1,900 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรได้ 6.39 หมื่นครัวเรือนภายใน 31 ก.ค. และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณอีก 1.56 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 193.29 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันความถูกต้อง 3.26 ครัวเรือน จะดำเนินการแล้วเสร็จภายใจ 31 ก.ค.
นอกจากนี้ คสช.ยังได้เห็นชอบให้จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบรับรองไว้แล้วในรัฐบาลที่ผ่านมาที่ยังคงค้างจ่ายเป็นเงิน 489 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้วเมื่อ 22 ก.ค. เป็นจำนวน 1.5 หมื่นครัวเรือน เป็นเงิน 430 ล้านบาท และจะโอนแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. นี้
นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ประจำปี 2558 ที่สำนักงบประมาณนำเสนอ ซึ่งมีการปรับลดงบกลางลดจำนวน 7,700 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในภารกิจของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งให้มีการบูรณาการการใช้งบ 14 ด้าน และให้เกิดความสอดคล้องของการใช้งบประมาณให้ต่อเนื่องจากระหว่างปี 2557 และ 2558 โดยเฉพาะการนำไปใช้ในการพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงประตูเมืองหลักกับกรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้ใช้งบกลางประจำปี 2557 ในรายการสำรองฉุกเฉิน จำนวน 166 ล้านบาท เพื่อนำไปคืนให้เอกชนจำนวน 94 ราย
นอกจากนี้ ที่ประชุม คสช.ยังเห็นชอบแผนการปรับลดการก่อหนี้สาธารณะปี 2557 ครั้งที่ 2 ลงอีก 6,314.74 ขณะนี้ล้านบาท ให้เหลือ 1.316 ล้านล้านบาท หลังจากที่รัฐวิสาหกิจ 3 แห่งสามารถปรับลดการก่อหนี้ลงได้ เช่นกรณีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ปรับแผนการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน วงเงิน 4,133 ล้านบาท ออกไปเพราะไม่สามารถดำเนินการได้ทันปี 2557 รวมทั้งกรณีที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)ใช้รายได้แทนการกู้เงินเพื่อนำนทั้งสำนักงานมาตรฐานไปลงทุนจำนวน 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการปรับลดการก่อหนี้ของรัฐวิสาหกิจครั้งนี้ยังทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือจีดีพี ยังอยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลัง โดยมีสัดส่วนที่ 47.9% ซึ่งต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ 60% ต่อจีดีพี







