
2โครงการทบทวนลงทุนไทย
มาดามทุสโซ/คิดส์เอ็นดูเทนฯ
กระทรวงอุตฯเร่งเดินสายชี้แจงโพสต์ทูเดย์
— ผวาจลาจลเผาเมือง โครงการพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ กับคิดส์ เอ็นดูเทนเม้นท์ รวมเกือบ 1,000 ล้าน ทบทวนลงทุนไทยนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า มีกิจการที่เพิ่งได้รับส่งเสริมการลงทุน 2 โครงการแถบสยามสแควร์ ที่ผู้ลงทุนอาจตัดสินใจทบทวนการลงทุน คือ 1.บริษัท เมอร์ลินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ดำเนินกิจการพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซกรุงเทพฯ มูลค่าการลงทุน 425ล้านบาท และ 2.บริษัท คิดส์ เอ็นดูเทนเม้นท์ (ประเทศไทย) ดำเนินกิจการสวนสนุกเด็ก มูลค่าการลงทุน 550 ล้านบาท
ทั้งนี้ บีโอไอจะช่วยขยายระยะเวลาการนำเข้าเครื่องจักรและผ่อน ผันการยื่นเอกสารให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน รวมทั้งจะเดินทางไปสอบถามความคิดเห็นของนักลงทุนที่มีสำนักงานอยู่บริเวณนั้นว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง
แนวทางการฟื้นฟูความเชื่อมั่น จะมีการจัดสัมมนาชี้แจง เรียกความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนให้กลับคืนมาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการจัดสัมมนาครั้งแรกจะจัดขั้นที่กรุงเทพฯ โดยมีนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นประธาน ส่วนอีก 4 ครั้งจะจัดตามภูมิภาคต่างๆโดยมีนายชาญชัย นำทีมไป
ขณะที่การโรดโชว์ต่างประเทศ ในระดับผู้บริหารกระทรวงจะเดินทางไปโรดโชว์ที่ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนในระดับเจ้าหน้าที่จะไปนิวซีแลนด์ จีน และเกาหลี โดยมีกลยุทธ์จะไปพบกับบริษัทแม่รายใหญ่ที่ลงทุนในเมืองไทยอยู่แล้ว ให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของเมืองไทยต่อจากนี้ไปสำหรับเป้าหมายการลงทุนปีนี้ จะมีการเมินอีกครั้งหลังจากผ่านเดือน มิ.ย. 2553 ไปก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์การลงทุนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาด้วย แต่จากการที่ได้คุยกับนักลงทุนหลายรายยังคงสนใจที่จะลงทุนอยู่ เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เกษตร และพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยในช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์ก่อน มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมา 17 โครงการ จึงสะท้อนว่านักลงทุนยังสนใจเมืองไทยอยู่
อย่างไรก็ตาม นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นร่วมกับภาคเอกชน จัดสัมมนาใหญ่โดยเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เพื่อชี้แจงต่อนักลงทุนที่เคยลงทุนอยู่ในไทยอยู่แล้วให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอกย้ำว่าไทยมีความปลอดภัยในการลงทุน
นอกจากนี้ จะเดินสายไปเยี่ยมโรงงานต่างๆ ในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสอบถามผลกระทบที่ได้รับ รวมถึงข้อเสนอที่ต้องการจะให้ช่วยเหลือ ส่วนการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศจะเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่มาลงทุนในเมืองไทยมาก ถัดไปเป็นจีนและเกาหลี
“
เราจะยังคงเป้าหมายการลงทุน ที่ 5 แสนล้านบาทปีนี้ แม้ว่าจะมีคำถามจากนักลงทุนมาบ้างถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น ก็จะยังมีนักลงทุนสนใจเมืองไทยอยู่” นายชาญชัย กล่าว






