
เผือกร้อนเรกูเลเตอร์สะสางซื้อไฟฉาวจาก..."กัลฟ์"
ถือว่าช็อกวงการพลังงานกันทีเดียว เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
ถือว่าช็อกวงการพลังงานกันทีเดียว เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศคำสั่งฉบับที่ 95/255 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 ให้ กวิน ทังสุพานิช เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พ้นจากตำแหน่ง พร้อมกับให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ที่มี ดิเรก ลาวัณย์ศิริ เป็นประธาน อยู่ก่อนที่ประกาศนี้ใช้บังคับให้พ้นจากตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน ก็มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการเรกูเลเตอร์ชุดใหม่เข้าสานงานต่อในคราวเดียวกัน เพื่อให้การทำงานขององค์กรอิสระที่กำกับดูแลกิจการพลังงานของประเทศแห่งนี้ไม่เกิดอาการสะดุด
ส่วนเหตุและผลของการสั่งปลดผู้บริหารและคณะกรรมการแบบฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เช่นนี้ ยังไม่มีใครจากฝั่ง คสช.ออกมาให้ความเห็น คงมีแต่กระแสข่าวที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตกันอย่างหนาหูเพียงไม่กี่เรื่อง
ประเด็นแรกและอาจเป็นประเด็นเดียวที่สังคมตั้งคำถามมาระยะหนึ่งก็คือ การเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (Independent Power Producer : IPP) ครั้งล่าสุด ที่ว่ากันว่า เกิดความไม่ชอบธรรม เนื่องจากมีเพียงกลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) ในนาม บริษัท Independent Power Development เป็นผู้ชนะประมูลเพียงรายเดียว จำนวน 5,000 เมกะวัตต์
แม้ว่าเรกูเลเตอร์ชุดเก่าจะมีการชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการเลือกกลุ่มกัลฟ์เป็นผู้ชนะรายเดียวในการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ กำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ว่า มีกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้อง โปร่งใส และยึดเกณฑ์สำคัญในเรื่องอัตราค่าไฟฟ้าที่ถูกที่สุด ซึ่งกัลฟ์เสนอราคาค่าไฟเฉลี่ยต่อหน่วยตลอดอายุโครงการต่ำสุดแค่ 4.2372 บาท/หน่วย ทำให้ประหยัดไฟฟ้า 32,163 ล้านบาท
แต่ก็ไม่สามารถลดข้อกังขาจากคนในแวดวงพลังงานได้ว่า เหตุใดจึงมีกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเพียงรายเดียว ทั้งๆ ที่มีเอกชนที่ยื่นซองประมูลเข้ามา 9 ราย ประกอบด้วย 5 กลุ่มบริษัท ได้แก่ 1.บริษัท ผลิตไฟฟ้า (เอ็กโก) 2.บริษัท กัลฟ์ เจพี 3.บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย (เอ็นพีเอส) 4.บริษัท โกลว์ พลังงาน และ 5.บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งแต่ละรายถือว่าเป็นขาใหญ่ทั้งสิ้น
ถึงขนาดมีการกล่าวอ้างว่าร่างหลักเกณฑ์คุณสมบัติไอพีพี หรือทีโออาร์ที่กำหนดมีการล็อกสเปกไว้แล้ว ทำให้เบียดคู่แข่งคนอื่นๆ ตกไป แม้แต่ กัลฟ์ เจพี ที่เป็นเครือข่ายของ “มิสเตอร์กลางสารัตน์ รัตนาวดี” และโยงใยสนิทแนบแน่นกับ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” แต่ก็เป็นเพียงข้อสังเกตที่หยิบยกขึ้นมากล่าวหาเท่านั้น
แต่การอนุมัติให้กัลฟ์เพียงรายเดียวกลายเป็นไฟที่ลวกผู้บริหารและคณะกรรมการเรกูเลเตอร์จนดิ้นไม่หลุด
หลังนี้เมื่อ คสช.ตั้งเรกูเลเตอร์ชุดใหม่ขึ้นมา ภารกิจหลักนอกจากสะสางแผนงานเดิมในการกำกับกิจการพลังงานแล้ว ยังต้องเข้าไปปลดล็อกข้อสงสัยการประมูลและการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ที่เกิดขึ้นด้วย
สำหรับเรกูเลเตอร์ชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น ส่วนใหญ่มาจากสาขาพลังงาน โดยประธาน คือ พรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งมีดีกรีผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่น จนนำพา กฟน.กลายเป็นรัฐวิสาหกิจดีเด่นติดต่อกันหลายปี ส่วนกรรมการก็ล้วนเป็นคนมีฝีมือ ไกรสีห์ กรรณสูต อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดวงมณี โกมารทัต นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีต้นทุน ปัจฉิมา ธนสันติ อดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา วัชระ คุณาวัฒนาวุฒิ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ วางแผน หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. วิไลพร ลิ่วเกษมศานต์ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ วีระพลจิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
หลายคนตั้งความหวังกับการทำงานของเรกูเลเตอร์ชุดนี้ว่าจะมีความโปร่งใส และใช้ประสบการณ์ในด้านพลังงานเข้ามาพัฒนากิจการพลังงานของประเทศให้มีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่ที่รออยู่ตรงหน้ากับการหาทางออกในเรื่องประมูลไอพีพี และการอนุมัติพลังงานทดแทน รวมถึงแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ สัมปทานท่อก๊าซ
แต่สำหรับกรณีของกัลฟ์นั้นคงจะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงกันอย่างจริงจัง ส่วนจะเป็นเหตุให้ถึงขั้นต้องยกเลิกสัญญาการประมูลได้หรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาข้อกฎหมายกันให้รอบคอบไม่เช่นนั้นอาจถูกเอกชนฟ้องกลับได้ เพราะสายสัมพันธ์ของกัลฟ์นั้นไม่ธรรมดา
เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานคงมีคำตอบใน เพราะเป็นเรื่องสังคมให้ความสนใจ และติดตามการทำงานของเรกูเลเตอร์ที่ได้รับการแต่งตั้งในยุค คสช.อย่างเกาะติด
โปรดรอคอยด้วยความระทึก...







