posttoday
ชง 5 แผนดันเศรษบกิจ

ชง 5 แผนดันเศรษบกิจ

27 กรกฎาคม 2557

แผนกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) กำลังถูกผลักดันออกมาให้เป็นรูปธรรม

แผนกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) กำลังถูกผลักดันออกมาให้เป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ หลังจากถูกพิษการเมืองเล่นงานมานาน ล่าสุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองประธานคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุว่า หากไทยต้องการให้เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวได้เฉลี่ยปีละ 5-6% จะต้องเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาประเทศเพื่อก้าวสู่การเป็นชาติแห่งการค้า (Trading Nation) ให้ได้

ทั้งนี้ ไทยจะต้องปรับปรุงใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.ปรับปรุงกฎระเบียบการค้าให้เสรีมากขึ้น เพื่อให้คู่ค้าสามารถทำการค้าได้ง่ายขึ้น 2.ปรับปรุงระบบภาษีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางทางการค้า 3.เชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมและขนส่งกับเพื่อนบ้าน เช่น ปรับปรุงถนนให้ดีขึ้นอีก และเร่งลงทุนรถไฟทางคู่

4.พัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามัน โดยมีการคาดการณ์ว่าอีก 4 ปีข้างหน้า การขนส่งทางน้ำบริเวณช่องแคบมะละกาจะหนาแน่นมาก หากพัฒนาท่าเรือฝั่งอันดามันจะทำให้ไทยมีต้นทุนถูกลง และช่วยให้สินค้าจากลาว กัมพูชา สามารถส่งไปยังตะวันออกกลางและยุโรปสะดวกขึ้น และ 5.สนับสนุนธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และต้องปรับปรุงเรื่องภาษีเงินได้ ต้องไม่ให้กลายเป็นภาษีซ้อน จนกลายเป็นอุปสรรคแก่การออกไปลงทุนของผู้ประกอบการ

มูดี้ส์ขู่ลดเรตติ้งเศรษฐกิจไทย

สอดคล้องกับความเห็นของ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของสหรัฐ ที่ได้ออกมาเตือนไทยให้เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ เพราะหากยืดเยื้อนานเกินไปอาจเสี่ยงถูกลดอันดับเครดิตได้ เนื่องจากการเติบโตของจีดีพีในช่วง 2-3 ปีนี้อยู่ที่ 3% เท่านั้น นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่ออันดับเครดิตที่จะถูกทบทวนทุกปี ซึ่งอาจถูกมองภาพในเชิงลบ ส่งผลกระทบต่อการปรับอันดับเครดิตของไทย

สำหรับความล่าช้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศจะส่งผลกระทบด้านลบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของไทย ขณะนี้อันดับเครดิตของไทยอยู่ที่ระดับ Baa1 ยังไม่ถือว่าเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการลงทุน ซึ่งเป็นผลจากความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมการผลิต

หนี้เสียปูดเพิ่มขึ้น

นายศรัณย์ทร ชุติมา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปริมาณหนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจการท่องเที่ยวและส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจเอสเอ็มอีในภาคการท่องเที่ยวทางสมุยและภูเก็ตได้รับผลกระทบมาก เพราะนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักหมด

ทั้งนี้ การที่หนี้เสียไม่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด เป็นเพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยเหลือผ่อนผันเกณฑ์สำรองหนี้ให้ หากเป็นหนี้เสียที่เกิดมาจากผลกระทบทางการเมือง ก็ไม่บังคับให้ธนาคารต้องสำรองหนี้ตกชั้นเพิ่มขึ้น


อัด 3 หมื่นล้านปล่อยกู้เอสเอ็มอี

มาถึงข่าวดีๆ กันบ้าง สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยนายธัชพล กาญจนกูล ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังธนาคารจะเน้นการปล่อยสินเชื่อให้รายย่อยและเอสเอ็มอีตามนโยบายของ คสช.มากขึ้น โดยมี 2 โครงการที่เตรียมจะทำ คือ สินเชื่อสุขใจ วงเงินปล่อยกู้ 2 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อโอท็อปและรายย่อย (ไมโครไฟแนนซ์) อีก 1 หมื่นล้านบาท

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทะลุ 32 บาท/เหรียญสหรัฐ และเมื่อเย็นวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 31.78/79 บาท นับว่าแข็งที่สุดในรอบ 8 เดือน ก่อนอ่อนตัวลงในช่วงท้ายสัปดาห์

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธปท. กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าในช่วงสั้นๆ มาจากปัจจัยนักลงทุนเชื่อมั่นต่อการเมืองและเศรษฐกิจไทย โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันแข็งค่าเฉลี่ย 3.4%

“การติดตามอัตราแลกเปลี่ยนคงพิจารณากันวันต่อวันไม่ได้ จะต้องมองในภาพรวม ซึ่งขณะนี้เงินบาทยังแข็งค่าน้อยกว่าเมื่อเทียบสกุลเงินอินโดนีเซีย และเกาะกลุ่มค่าเงินมาเลเซียและเกาหลีใต้” นางรุ่ง กล่าว


ต่างชาติเริ่มขายหุ้นไทย

สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่าส่วนหนึ่งมาจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทย โดยในวันที่ 1-25 ก.ค. ต่างชาติมียอดซื้อหุ้นสุทธิ 18,169 ล้านบาท แต่ในสัปดาห์นี้เริ่มเห็นการขายทำกำไรออกมาในบางวัน เช่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ 998 ล้านบาท หลังจากดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นมาสูงมาก ล่าสุดปิดที่ระดับ 1,543.85 จุด เพิ่มขึ้น 0.68% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่ในช่วงพักฐานของตลาด ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาท มักจะเป็นข่าวร้ายของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรายได้ส่วนใหญ่จากการส่งสินค้าไปขายในสหรัฐได้เงินสกุลเหรียญสหรัฐ

ใช้แลกหุ้นซื้อขายธุรกิจ

สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดดีลซื้อขายกิจการหลายรายการ และใช้วิธีการแลกหุ้นเป็นส่วนใหญ่ในการชำระค่าหุ้น โดยบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ใช้บริษัทลูกที่ประกอบธุรกิจทีวีบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) แลกกับหุ้นของบริษัท ซีทีเอช (CTH) จำนวน 10% บริษัท ทรัพย์ศรีไทย ซื้อกิจการบริษัท เกรฮาวด์ และบริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ รวมเป็นเงิน 1,853.80 ล้านบาท โดยจ่ายเป็นเงินสดส่วนหนึ่งและชำระด้วยหุ้นบริษัท มัดแมน จำนวน 938 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69