posttoday
นักเศรษฐศาสตร์มองศก.ไทยอีก3-6เดือนจะดีขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์มองศก.ไทยอีก3-6เดือนจะดีขึ้น

24 กรกฎาคม 2557

กรุงเทพโพลล์เผยนักเศรษฐศาสตร์มองศก.ไทยขณะนี้อ่อนแอมากแต่อีก3-6เดือนข้างหน้าว่จะปรับตัวดีขึ้นแน่นอน

กรุงเทพโพลล์เผยนักเศรษฐศาสตร์มองศก.ไทยขณะนี้อ่อนแอมากแต่อีก3-6เดือนข้างหน้าว่จะปรับตัวดีขึ้นแน่นอน

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 33 แห่ง จำนวน 69 คน เรื่อง “ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยใน 3-6 เดือนข้างหน้า” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 16 – 23 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา พบว่า

ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีต่อสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 23.13 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ในระดับ 12.75 (เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจ) แต่การที่ค่าดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ค่อนข้างมากสะท้อนให้เห็นถึงสถานะทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ยังอ่อนแออยู่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัจจัยด้านการส่งออกสินค้าและการบริโภคภาคเอกชน  อย่างไรก็ตาม  การปรับเพิ่มของดัชนีในการสำรวจครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งแรกในเศรษฐกิจขาลงรอบนี้ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2556

ด้านความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยใน 3 เดือนข้างหน้า  ค่าดัชนีอยู่ที่ 80.75 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า 50 ค่อนข้างมาก และเป็นระดับที่สูงที่สุดนับจากมีการจัดทำดัชนีเมื่อเดือนกรกฎาคม 53 สะท้อนให้เห็นว่านักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าว่าจะปรับดีขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน   เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ค่าดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 90.17 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่า 50  และเป็นระดับที่สูงที่สุดนับจากมีการจัดทำดัชนี  ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเศรษฐกิจในระยะ 6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

เมื่อพิจารณาปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าพบว่าทุกปัจจัยมีการปรับตัวที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบันโดยเฉพาะการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ  การลงทุนภาคเอกชน  การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ  ส่วนการบริโภคภาคเอกชน และภาคการส่งออก  จะขยายตัวค่อนข้างช้ากว่าภาคเศรษฐกิจอื่นๆ 

ด้านความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ในประเด็นวัฏจักรเศรษฐกิจว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงใดของวัฏจักร  พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 44.9 เห็นว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว (Recovery) รองลงมาร้อยละ 33.3 เห็นว่าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และร้อยละ  11.6 เห็นว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงตกต่ำ (Trough) มีเพียงร้อยละ1.4 ที่เห็นว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงรุ่งเรือง (Peak) เมื่อแบ่งวัฏจักรออกเป็น 2 ฟาก คือ ฟากเศรษฐกิจขยายตัวจนถึงจุดสูงสุด(ร้อยละ 46.3) และ ฟากเศรษฐกิจถดถอยจนถึงจุดต่ำสุด(ร้อยละ 44.9) แล้วเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อนหน้าในเดือนเมษายนที่ผ่านมาจะพบว่า เศรษฐกิจได้เคลื่อนออกจากภาวะถดถอยและเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว  ข้อมูลดังกล่าวย้ำให้เห็นว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยได้ผ่านต่ำสุดไปแล้ว

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า

(1)   เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังอยู่ในสถานะที่อ่อนแอเป็นอย่างมาก   
(2)   แนวโน้มเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า โดยปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวที่สำคัญคือ การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ  การลงทุนภาคเอกชน  และการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ  ส่วนการบริโภคภาคเอกชน และภาคการส่งออก  จะขยายตัวค่อนข้างช้ากว่าภาคเศรษฐกิจอื่นๆ 
(3)   เศรษฐกิจไทยได้เคลื่อนออกจากภาวะถดถอยและเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว


 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ