posttoday
ดัชนีราคาสินค้าเกษตรมิ.ย.ดิ่งสต๊อกรัฐบาลกดข้าวเปลือกวูบ

ดัชนีราคาสินค้าเกษตรมิ.ย.ดิ่งสต๊อกรัฐบาลกดข้าวเปลือกวูบ

23 กรกฎาคม 2557

ดัชนีราคาสินค้าเกษตร ก.ค.วูบ เหตุผลไม้ภาคใต้ออกสู่ตลาด รัฐเร่งเบิกงบช่วยภายใน 8 ส.ค.นี้

ดัชนีราคาสินค้าเกษตร ก.ค.วูบ เหตุผลไม้ภาคใต้ออกสู่ตลาด รัฐเร่งเบิกงบช่วยภายใน 8 ส.ค.นี้

นายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือน ก.ค. 2557 คาดว่าจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากลำไยและผลไม้ภาคใต้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือน มิ.ย. เทียบกับเดือน พ.ค. พบว่าดัชนีราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น 2.16% โดยสินค้าที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสุกร โดยยางพาราราคาสูงขึ้นเนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตที่สำคัญ ทำให้กรีดยางไม่ได้ ประกอบกับราคาตลาดล่วงหน้า TOCOM และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ปาล์มน้ำมันจึงราคาสูงขึ้น

เนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตสำคัญทางภาคใต้ เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และสุกร ราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือน มิ.ย. 2557 กับเดือน มิ.ย. 2556 พบว่าภาพรวมลดลง 6.08% โดยสินค้าเกษตรที่มีราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ยางพารา ไก่เนื้อ และไข่ไก่ โดยข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการสั่งซื้อเพราะสต๊อกยังคงมีมาก ส่วนยางพาราราคาลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและไก่เนื้อ ราคาลดลงเนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงต้นปี2557 รวมทั้งไข่ไก่ ราคาลดลงเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม

ทั้งนี้เทียบกับเดือนพ.ค. ปี 2557 พบว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น 2.16 % โดยสินค้าที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสุกร โดยยางพารา ราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตที่สำคัญ ทำให้กรีดยางไม่ได้ ประกอบกับราคาตลาดล่วงหน้า TOCOM และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ปาล์มน้ำมัน ราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตสำคัญทางภาคใต้ เกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และสุกร ราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือน มิ.ย. 2557 เทียบกับเดือน มิ.ย. 2556 พบว่าภาพรวมผลผลิตเพิ่มขึ้น 1.17% โดยสินค้าสำคัญที่ผลผลิตสูงขึ้น ได้แก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน มังคุด ปาล์มน้ำมัน สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ สำหรับสินค้าสำคัญที่ผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ทุเรียน ลองกอง และเงาะ

แต่เมื่อเทียบกับเดือนพ .ค. ปี 2557 พบว่าลดลง 5.67 % ซึ่งสินค้าสำคัญที่ผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน และสุกร และสินค้าสำคัญที่ผลผลิตสูงขึ้น ได้แก่ ยางพารา สับปะรดโรงงาน ลองกอง เงาะ มังคุด ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ทั้งนี้ คาดว่า ก.ค. 2557 ดัชนีผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ก.ค. 2556 แต่จะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิ .ย. 2557 สินค้าสำคัญที่ออกสู่ตลาดมากในเดือน ก.ค . 2557 ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ลำไย มังคุด และลองกอง

เกษตรฯ เริ่มเดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือภัยพิบัติด้านการเกษตรปี 2555 – 2557 ตั้งเป้าโอนเงินผ่านบัญชี ธกส.ให้เกษตรกว่า 5.3 แสนรายแล้วเสร็จทั้งหมด ภายใน 8 สิงหาคมนี้

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเร่งเบิกจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในกรอบวงเงินรวม 5,498 ล้านบาท ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติให้เมื่อ 17 มิ.ย. 2557 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านการเกษตรปี 25552557 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 จำนวน 68 จังหวัด โดยจะเร่งรัดให้เบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 8 ส.ค. 2557 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 กค. 2557 ที่ผ่านมา สำนักงบประมาณ(สนง.) ได้อนุมัติเงินประจำงวดให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เรียบร้อยแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่วนกลาง จะได้เร่งโอนเงินตามจำนวนที่เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือรวมจำนวน 5.8 แสนราย โดยแยกเป็นรายจังหวัดให้ ธ.ก.ส.จังหวัดโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมาซึ่งตามแผนการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรปี 2555 – 2557 แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1. สัปดาห์ที่ 4 ของเดือนก.ค. 2557 เกษตรกรจำนวน 2แสนราย วงเงิน 1,800 ล้านบาท 2. สัปดาห์ที่ 1 ของเดือนส.ค. พ.ศ. 2557 ธ.ก.ส. โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรจำนวน 2 แสนราย วงเงิน 1,800 ล้านบาท 3. สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนส.ค. 2557 เข้าบัญชีเกษตรกรจำนวน 1.8 แสนราย วงเงิน 1.898 ล้านบาท ดังนั้น คาดว่า ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรผู้ประสบภัยได้แล้วเสร็จภายในวันที่ 8 ส.ค.นี้ รวมเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือ 5.8 แสนราย วงเงิน 5,498 ล้านบาท

สำหรับเกษตรกรที่ได้รับกระทบมาจาก 10 ภัย ได้แก่ อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง วาตภัย ภัยฝนทิ้งช่วง ศัตรูพืชระบาด อัคคีภัย ภัยหนาว ภัยพายุและคลื่นลมแรง เกษตรกรรวม 5.8แสนราย แบ่งเป็น ด้านพืช เกษตรกร 5.3แสนราย วงเงิน 5,099 ล้านบาท พื้นที่ได้รับความเสียหาย 4.4 ล้านไร่ รวม 60 จังหวัด โดยให้การช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายจริง ไม่เกินรายละ 30 ไร่ ในอัตรา ดังนี้ ข้าว ไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ ไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ ไร่ละ 1,690 บาท ด้านประมง เกษตรกร 4.3 หมื่นราย วงเงิน 368 ล้านบาท พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย แบ่งเป็น เรือประมงจำนวน 33 ลำ เกษตรกร 33 รายในพื้นที่ 11 จังหวัด และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหาย เกษตรกรจำนวน 4.3 หมื่นราย ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 9.4 พันราย วงเงิน 30 ล้านบาท พื้นที่ได้รับความเสียหาย 24 จังหวัด

สำหรับคุณสมบัติเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือ เป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก. 01) กับหน่วยงานที่กำกับดูแลแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนเกิดภัยพิบัติแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ได้ประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจสอบรายชื่อการขึ้นทะเบียนของเกษตรกรที่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้การเบิกจ่ายซ้ำซ้อนและโปร่งใสเป็นไปหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติของทางราชการ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ