
เศรษฐศาสตร์จับโกง
การชี้มูลความผิดคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 7 ต่อ 0 ให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดร้ายแรงตามมาตรา 157 นั้น
การชี้มูลความผิดคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 7 ต่อ 0 ให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดร้ายแรงตามมาตรา 157 นั้น
วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. บรรยายในหัวข้อ “ปัญหาการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย : บทบาทของนักกฎหมายและนักเศรษฐศาสตร์” โดยระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการนำหลักเศรษฐศาสตร์มาใช้มากที่สุด และหากไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์เข้ามาให้ข้อมูล ก็คงจะไม่สามารถเอาผิดกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้
“คดีที่ถือได้ว่าการนำหลักเรื่องเศรษฐศาสตร์มาใช้มากที่สุด คือ โครงการรับจำนำข้าว เพราะถ้าไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ เช่น ทีดีอาร์ไอ ที่ได้ศึกษาโครงการเอาไว้ ขอบอกไว้เลยว่า คงจะเอาผิดกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เลย จึงฟันธงได้เลยว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กลไกทางเศรษฐศาสตร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการปราบปรามการทุจริตและการป้องกันการใช้อำนาจที่ผิดเป็นอย่างมาก” วิชา ระบุ
วิชา กล่าวว่า ที่สุดแล้วกระบวนการความคิดบูรณาการต่างๆ ด้านนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเรียนรู้เพื่อการป้องกันการทุจริต และต้องไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุคคล ต้องให้เกิดความเสมอภาค ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ขณะนี้ถึงจะเป็นวิกฤตแต่อีกด้านหนึ่งก็ถือเป็นโอกาสที่ทุกฝ่ายจะเข้ามาแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ด้าน วิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. บอกว่า สำนักงานเลขาธิการ ป.ป.ช.เตรียมการยกร่างคำชี้แจงและคำแถลงการณ์เกี่ยวกับการพิจารณาคดีโครงการรับจำนำข้าวแล้ว โดยคาดว่า ป.ป.ช.สามารถพิจารณาได้ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ส่วนกรณีที่อัยการสูงสุดจะมีมติฟ้องอดีตนายกยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่นั้น มั่นใจว่า ป.ป.ช.มีพยานหลักฐานและเอกสารชัดเจนครบถ้วนและมีความแน่นหนามาก และ ป.ป.ช.จะเร่งส่งเอกสารให้กับอัยการสูงสุดภายใน 14 วัน
ส่วนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าว 5 แสนล้านบาทนั้น วิชัย ระบุว่า คงต้องมีการพิจารณากันในรายละเอียดอีกครั้ง







