
อีโคคาร์เฟส2รายแรก (1)
บีโอไอส่งเสริมอีโคคาร์เฟส 2 รายแรก
บีโอไอส่งเสริมอีโคคาร์เฟส 2 รายแรก
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้มีนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลหรืออีโคคาร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ทั้งสะอาด ประหยัด ปลอดภัย และสอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในอนาคต มาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อสร้างฐานการผลิตรถยนต์แบบใหม่และเพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์หลายประเภทและครบวงจรมากขึ้น
นโยบายข้างต้นประสบ ผลสำเร็จเกินเป้าหมาย จากเดิมคาดว่าจะมีเพียง 12 ค่าย ที่จะมาตั้งโรงงานผลิตอีโคคาร์เนื่องจากตลาดภายในประเทศมีขนาดจำกัด แต่ผิดคาด โดยมีมากถึง 5 ค่าย ที่เข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์ตั้งฐานผลิต โดยไม่ใช่เพียงเพื่อผลิตเฉพาะจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ได้กำหนดให้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออก
เป็นต้นว่า ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์นิสสัน มาร์ชไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ รวมถึงส่งกลับไปจำหน่ายยังญี่ปุ่นที่เป็นประเทศแม่ด้วย ขณะเดียวกันความนิยมในอีโคคาร์ภายในประเทศเองก็สูงเกินคาดหมาย แย่งตลาดรถยนต์ประเภทอื่นๆ ไปได้มาก ส่งผลดีทั้งในแง่ประหยัดพลังงานและลดปัญหามลพิษจากไอเสียรถยนต์
รถยนต์อีโคคาร์ยังมีส่วนสร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ผลิต ในประเทศไทยว่ามีคุณภาพยอดเยี่ยม จากเดิมที่ไทยมีชื่อเสียงเฉพาะรถยนต์ปิกอัพเท่านั้น และนับเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ไทยมียอดผลิตรถยนต์จำนวนมากถึง 2.4 ล้านคัน ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ รายใหญ่อันดับ 9 ของโลก และยอดส่งออกรถยนต์ทะลุ 1 ล้านคัน ทำให้กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่อันดับ 6 ของโลก
จากความสำเร็จอันท่วมท้น รวมถึงเพื่อขยายฐานการผลิตรถยนต์อีโคคาร์อย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2556 เห็นชอบให้เปิดส่งเสริมรถยนต์อีโคคาร์ รุ่นที่ 2 โดยกำหนดคุณสมบัติเข้มข้นขึ้นอีกในหลายด้าน เป็นต้นว่า ประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น อีโคคาร์เฟสแรกกำหนดสิ้นเปลืองน้ำมันไม่เกิน 5 ลิตร/ระยะทาง 100 กม. แต่เฟส 2 ได้ลดลงเหลือไม่เกิน 4.3 ลิตร ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเดิมไม่เกิน 120 เหลือ 100 กรัม/กม.
แม้เงื่อนไขเข้มงวดมากขึ้น แต่ได้ปรับลดสิทธิและประโยชน์ลง จากเดิมเฟสแรกยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ได้ลดลงเหลือ 6 ปี แต่ก็มีมาตรการจูงใจพิเศษเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนและแม่พิมพ์ของไทย ซึ่งสำคัญมากในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยกำหนดว่าหากลงทุนหรือใช้จ่ายเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และแม่พิมพ์ไทยไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท จะยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมอีก 1 ปี รวมเป็น 7 ปี และหากลงทุนและใช้จ่ายในด้านนี้เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท จะยกเว้นเพิ่มขึ้น อีก 2 ปี รวมเป็น 8 ปี
รถยนต์อีโคคาร์เฟส 2 ได้กำหนดยื่นขอรับการส่งเสริมภายใน 31 มีนาคม 2557 ซึ่งมีค่ายรถยนต์สนใจขอรับการส่งเสริมอย่างล้นหลามเช่นเดียวกับเฟสแรก โดยยื่นขอมากถึง 10 โครงการ ลงทุนรวม 1.25 แสนล้านบาท และล่าสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม 2557 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้มีมติอนุมัติให้การส่งเสริมกิจการอีโคคาร์เฟส 2 โครงการแรก เป็นของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นการร่วมลงทุนระหว่างฟอร์ดและมาสด้า สำหรับรายอื่นๆ จะทยอยพิจารณาอนุมัติให้การส่งเสริมในโอกาสต่อไป
สำหรับค่ายฟอร์ดและมาสด้าไม่ได้ร่วมวงศ์ไพบูลย์ในการผลิตรถยนต์อีโคคาร์เฟสแรก ทำให้พลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น ได้เตรียมพร้อมเต็มอัตราศึกเพื่อแก้ตัวในการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ในเฟส 2 โดยโครงการที่เพิ่งได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมข้างต้นมีขนาดกำลังผลิต 158,000 คัน/ปี ลงทุน 9,728 ล้านบาท จ้างงาน 2.4 พันคน ตั้ง กำหนดผลิตเพื่อส่งออกเป็นส่วนใหญ่ โดยตลาดส่งออกหลัก คือ อาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
กิจการจะตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) แถบพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งนับเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์ใหญ่ที่สุดของเออีซี โดยพื้นที่แถบนี้นอกจากเป็นฐานการผลิตรถยนต์ดั้งเดิมของกิจการร่วมทุนระหว่างค่ายฟอร์ดและมาสด้าอยู่แล้ว ยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ของค่ายโตโยต้า อีซูซุ มิตชูบิชิ จีเอ็ม บีเอ็มดับเบิลยู และซูซูกิ และฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ของค่ายคาวาซากิ ไทรอัมพ์ และดูคาติอีกด้วย และมีผู้ผลิตชิ้นส่วนจำนวนมากมายกระจุกตัวในพื้นที่แถบนี้ ดังนั้น การส่งเสริมการลงทุนโครงการนี้จะยิ่งทำให้คลัสเตอร์แห่งนี้ทวีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น







