posttoday
ธุรกิจ SME ขาดอะไร : มีทางออกหรือไม่

ธุรกิจ SME ขาดอะไร : มีทางออกหรือไม่

22 กรกฎาคม 2557

การขาดเรื่องต่างๆ ของ SME นั้น ผมมีข้อเสนอเพื่อปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งของ SME พร้อมมาตรการทางกฎหมายดังนี้

การขาดเรื่องต่างๆ ของ SME นั้น ผมมีข้อเสนอเพื่อปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งของ SME พร้อมมาตรการทางกฎหมายดังนี้

ข้อเสนอและมาตรการของผมมีดังนี้

v 1.รัฐบาลควรพิจารณาให้ธนาคารของรัฐให้กู้หรือค้ำประกันเงินกู้ของธุรกิจ SME ที่มีการปรับโครงสร้างภาษีและมีความโปร่งใสในการทำบัญชีและเสียภาษีแก่ภาครัฐ โดยมีวงเงินเพิ่มขึ้นและให้เร่งรัดผ่านกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจที่ค้างพิจารณาอยู่เป็นเวลานาน เพราะกฎหมายนี้จะทำให้การเอาสินค้าคงคลัง (Inventory) รวมทั้งสิทธิการรับเงินมาก่อหลักประกันให้มีฐานะเทียบเท่าเสมือนเจ้าหนี้มีประกัน (เช่นเดียวกันกับเจ้าหนี้จำนำ จำนอง) รวมถึงกรณีการให้หลักประกันของสังหาริมทรัพย์บางอย่างให้ชัดเจนขึ้นเอง การโอนรถยนต์หรือจักรยานยนต์เพื่อเป็นหลักประกัน

มาตรการ : ผ่านกฎหมายการปฏิรูปภาษี (การลดอัตราภาษี การไม่ตรวจภาษีย้อนหลัง) เพื่อธุรกิจ SME พร้อมทั้งตรากฎหมายหลักประกันทางธุรกิจให้มีผลโดยเร็ว

v 2.ปรับปรุงการให้มีบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่ยกเว้นภาษีของกองทุน Venture Capital ทั้งเงินปันผล ผลกำไรจากการขายหุ้น (ดูมาตรา 5 อัฏฐารสของพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 16) เพื่อให้บริษัทดังกล่าวสามารถเข้าไปลงทุนในกิจการ SME ได้ง่าย และสามารถขายหุ้นออกโดยไม่เสียภาษี ในอดีตกรมสรรพากรเคยมีการออกกฎเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้ว แต่มีข้อจำกัดมากจนยุ่งยากเพราะจำกัดเรื่องจำนวนหุ้นและระยะเวลา ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่จึงไปจัดตั้งบริษัทในประเทศสิงคโปร์แทน เพราะได้รับยกเว้นภาษีทั้งของไทยและสิงคโปร์

มาตรการ : ให้มีการออกแก้ไขเงื่อนไขในมาตรา 5 อัฏฐารสของพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 10 พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลงทุนใน SME รวมทั้งควรเสนอให้บริษัทจดทะเบียน สถาบันการเงิน สามารถลงทุนในบริษัท SME โดยอาจกำหนดประเภทธุรกิจบางชนิดที่รัฐบาลควรส่งเสริมเป็นพิเศษ เช่น ธุรกิจการเกษตร ธุรกิจอาหาร การบริการ เป็นต้น และให้สิทธิประโยชน์ภาษีในการหักรายจ่ายหรือยกเว้นภาษีเงินได้เมื่อมีการขายหุ้นดังกล่าวออกไป เมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ไม่ว่าจะเป็น MAI หรือตลาดหลักทรัพย์หลัก) หรือเมื่อขายให้แก่ผู้ลงทุนรายใหม่ภายในเวลาที่กำหนด

v 3.รัฐบาลจัดให้หน่วยงานต่างๆ และสถาบันการศึกษาดังกล่าวมารวมศูนย์ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ SME ร่วมกับสภาหอการค้า สภานักบัญชี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการกำหนดทิศทาง จัดอบรมให้ความรู้แก่ SME อย่างจริงจังและช่วยเหลือในการทำบัญชีและเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยแบ่งเป็นภูมิภาค เช่น ให้สถาบันการศึกษาและองค์กรเอกชนร่วมกันฝึกอบรมความรู้ทางบัญชี การเงิน และการตลาดให้แก่ธุรกิจ SME

มาตรการ : นำเอาผลการศึกษาและแผนงานการพัฒนา SME ทั้งหมดมาพิจารณากำหนดแผนยุทธศาสตร์และให้เอกชนและสถาบันวิชาการเป็นแกนนำร่วมกับภาครัฐในการดำเนินงานอย่างเป็นธรรมพร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการ

v 4.จัดให้การปรับโครงสร้างภาษี SME ลงให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมสำหรับผู้มีกำไรสิทธิไม่เกิน 10 ล้านบาท ให้เสียภาษีในอัตรา 15% และที่เกินไปในอัตรา 25% โดยยกเลิกภาษีเงินปันผลทั้งหมด รวมทั้งลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 25% (เท่ากับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล) รวมทั้งการทำงบการเงิน บัญชี ภาษีอากร ให้ง่ายและสะดวก โดยจัดให้สถาบันการศึกษาที่มีการศึกษาวิชาบัญชีให้นักศึกษา อาจารย์ มาช่วยทำบัญชี (ในระยะเริ่มต้น) การทำเช่นนี้จะทำให้ลดการทำบัญชี 2 เล่ม หรือการหนีภาษีอากรลงได้ รวมทั้งจะไม่มีการตรวจภาษีย้อนหลัง โดยมีมาตราขยายระยะเวลาการยื่นเสียภาษี (ที่เรียกว่านิรโทษกรรมภาษีโดยไม่ตรวจภาษีย้อนหลัง) สำหรับบริษัท SME ที่เริ่มต้นเสียภาษีถูกต้องตามแผนปฏิรูปภาษีที่จะมีขึ้น

มาตรการ : 1.การออกกฎหมาย หรือประกาศ คสช. ปรับปรุงอัตราภาษีและการทำบัญชีภาษีอากรให้สะดวกโดยความร่วมมือของเอกชนและสถาบันการศึกษา

2.การออกประกาศการไม่ตรวจภาษีย้อนหลังโดยเฉพาะ

3.หากประกาศปฏิรูปลดภาษีแล้ว ยังมีผู้หนีภาษีจะมีการลงโทษอย่างหนักทั้งทางแพ่งและทางอาญา

v 5.มาตรการของสถาบันการเงินภาครัฐและเอกชนในการให้กู้หรือระดมทุนแก่ธุรกิจ SME ที่มีการเสียภาษีภายหลังการปรับโครงสร้างภาษีโดยการให้กู้แก่ SME ที่เสียภาษีในอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าตลาด รวมถึงการค้ำประกัน รวมถึงการหาคู่ค้าผู้ร่วมลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศให้ธุรกิจ SME โดยมีมาตรการสิทธิประโยชน์พิเศษแก่คู่ค้าและผู้ลงทุนในการขยายเครือข่ายทั้งในประเทศและสมาชิกกลุ่ม AEC ด้วย

มาตรการ : ให้สถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนจัดกลุ่มดูแล SME ที่เข้าข่ายโดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนและอาจเข้าร่วมลงทุนและแนะนำพันธมิตรให้โดยให้คำแนะนำทั้งทางด้านกฎหมาย การทำสัญญา บัญชี ภาษี ให้กับธุรกิจ SME สำหรับการร่วมลงทุนหรือการซื้อควบรวมกิจการกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

บทสรุป

ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าผมเห็นว่าโจทย์ใหญ่ของธุรกิจ SME คือ เรื่องความโปร่งใสการทำบัญชีเล่มเดียวและการเสียภาษี หากทุกฝ่ายร่วมมือกับทุกภาคส่วนเสียภาษีให้ถูกต้อง ความโปร่งใสเกิดขึ้น การปล่อยเงินกู้ การระดมทุนก็ทำได้ง่าย เพราะงบการเงินก็จะสะท้อนความเป็นจริง อันจะให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้เต็มที่อันจะทำให้ธุรกิจ SME มีต้นทุนถูกลง ยังมีโอกาสที่ให้บริษัทขนาดใหญ่ของภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยเหลือร่วมลงทุน ถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี ในด้านการผลิต การตลาด และการจัดการได้ ซึ่งในระยะยาวย่อมสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจ SME และเมื่อกิจการโปร่งใส การเข้าระดมทุนในตลาดทุนหรือการร่วมลงทุนตลอดจนการซื้อควบรวมกิจการกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศก็ทำได้ง่ายขึ้น เศรษฐกิจไทยก็ย่อมจะเข้มแข็งได้

ผมขอยกตัวอย่างผลประโยชน์ที่ควรได้รับจากการปฏิรูปภาษี เช่น ถ้าผู้ประการธุรกิจ SME ไทยที่ปัจจุบันมีไม่น้อยกว่า 3 แสนราย เข้ามาอยู่ในระบบภาษีและเสียภาษีอย่างน้อยแต่ละบริษัทเสียภาษีบริษัทละ 5 หมื่น1 แสนบาท ประเทศไทยก็จะมีภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1.53 หมื่นล้านบาท จะสามารถทำให้สามารถนำเงินได้มาพัฒนาประเทศไทย ทั้งนี้ไม่รวมภาษีเงินได้ของลูกจ้าง เจ้าของอีกจำนวนหนึ่งที่จะเก็บภาษีได้หรือผลประโยชน์จากการเข้าสู่ตลาดทุน

ผมขอให้พิจารณาข้อเสนอว่า หากรัฐจะส่งเสริมการค้าชายแดนเพื่อให้ได้ประโยชน์จาก AEC โจทย์สำคัญที่ต้องดูว่าผู้ประกอบธุรกิจค้าชายแดนที่จะได้รับประโยชน์ได้เป็นผู้เสียภาษีเงินได้ให้รัฐบาลมากน้อยเพียงใดและจะกำหนดเกณฑ์เรื่องการเสียภาษีของผู้ประกอบธุรกิจชายแดนได้หรือไม่ อย่างไร ตัวเลขเหล่านี้ก็จะตอบโจทย์ประเทศไทยได้ว่าเราจะทำอย่างไรกับธุรกิจ SME ให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีที่โปร่งใส แต่ทั้งนี้ภาษีต้องเป็นอัตราที่ไม่สูงเกินไป

การสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจ SME ไทย และการปฏิรูประบบภาษีธุรกิจ SME ไทยให้โปร่งใส จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมดำเนินการอย่างจริงจังให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริงครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ