
อุปกรณ์เปิดร้านค้าคึกรีเทลลิงค์ชี้โตสวนศก.ชะลอ
ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องสำหรับบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบอาหาร เครื่องดื่มสำหรับภัตตาคาร โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ และเครื่องชงกาแฟ เนื่องจากมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องสำหรับบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบอาหาร เครื่องดื่มสำหรับภัตตาคาร โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ และเครื่องชงกาแฟ เนื่องจากมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
นริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทมีรายได้เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ การเมือง คือ บริษัทมีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่หรือการเพิ่มบริการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ขยายศูนย์บริการไปทั่วประเทศรวม 32 จุด หรือ 2 จังหวัด 1 จุดบริการ เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีบริการคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่อคอยบริการลูกค้าที่มีปัญหาเมื่อซื้อสินค้าของรีเทลลิงค์ไป ขณะเดียวกันในส่วนของช่างก็จะเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ คือ ช่าง 1 คน ต้องซ่อมสินค้าทุกอย่างได้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
“ถ้าพูดถึงคู่แข่งของเรา ตอนนี้ยังไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจน เพราะเรามีสินค้าและบริการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นช่างหรือรถบริการ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 400 คัน ทั้งรถกระบะและรถตู้ ขณะที่รถจักรยานยนต์ก็มีบริการประมาณ 300 คัน ช่างเทคนิคอีกประมาณ 1,200 คน” นริศ กล่าว
ในส่วนของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของรีเทลลิงค์ ปัจจุบันมีทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กร ซึ่งในส่วนของลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทอินเตอร์ เช่น ฟาสต์ฟู้ด เชนสโตร์ ปั๊มน้ำมัน และตู้ไอศกรีม ขณะที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปจะทำตลาดผ่านดีลเลอร์หรือตัวแทนจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 80 รายทั่วประเทศ
นริศ กล่าวต่อว่า นอกจากจะมุ่งขยายฐานลูกค้าในประเทศแล้ว บริษัทยังเดินหน้าขยายตลาดเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และพม่า ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายประเทศละ 1 ราย เพื่อดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศ ซึ่งในส่วนของสินค้าที่นำเข้าไปทำตลาดจะมีทั้งการขายอุปกรณ์ บริการหลังการขาย
สำหรับแผนการขยายสาขาร้านรีเทลลิงค์คอฟฟี่ ในปีนี้ยังคงเดินหน้าเปิดร้านใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนร้านรีเทลลิงค์เปิดให้บริการอยู่ที่ 500 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวนร้านเปิดให้บริการอยู่ที่ประมาณ 250 สาขา
“จากผลตอบรับของร้านรีเทลลิงค์คอฟฟี่ที่ดีเกินคาด ส่งผลให้เรามีแผนที่จะขายแฟรนไชส์ในปี 2558 จากเดิมยังไม่มีแผนที่จะขยาย ซึ่งรูปแบบแฟรนไชส์ที่จะทำน่าจะเป็นคีออสก์ เบื้องต้นคาดว่าค่าแฟรนไชส์น่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3 หมื่นบาท ขณะที่ราคาขายกาแฟอยู่ที่ประมาณ 30 บาท/แก้ว ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีคุณภาพเดียวกัน” นริศ กล่าว
นอกจากแผนขยายร้านกาแฟแบบแฟรนไชส์แล้ว นริศยังมีแผนทำคอฟฟี่คอร์เนอร์ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น รวมไปถึงแตกไลน์ร้านกาแฟพรีเมียมภายใต้ชื่อ เจนนีวาคาเฟ่ คาดอีก 3 เดือน หรือเดือน ก.ย. จะเปิด เบื้องต้นกำหนดราคาแก้วละ 80 บาท
อีกหนึ่งสิ่งที่อยู่ระหว่างการก่อร่าง คือ การตั้งคอฟฟี่อะคาเดมีร่วมกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เพื่อจัดสอนและให้ความรู้ในด้านของกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ หลังจากใช้งบ 30 ล้านบาท สร้างโรงคั่วกาแฟในซอยวิภาวดี 62 ซึ่งตัวอะคาเดมีจะทำหลักสูตรระดับปริญญาตรี คาดปี 2558 จะเปิดเป็นทางการ
หลังจากขยายทั้งในและต่างประเทศ นริศมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ 3,000 ล้านบาท โต 15% เทียบปี 2556 แบ่งเป็นรายได้จากการขายอุปกรณ์ 40% และการบริการ 60% ขณะที่อีก 3 ปีข้างหน้าคาดจะมีสัดส่วนรายได้บริการ 80% และอุปกรณ์ 20% โดยจะมีร้านกาแฟในเครือเปิดให้บริการไม่ต่ำกว่า 5,000 สาขาทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี แม้ว่าธุรกิจร้านกาแฟจะมีการแข่งขันที่รุนแรง แต่สำหรับรีเทลลิงค์กลับไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว ด้วยเทคนิค คุณภาพ และบริการที่เดินหน้าปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้า และในอนาคตอันใกล้นี้รีเทลลิงค์ก็มีความสนใจที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแสดงศักยภาพทางธุรกิจ







