
"ไตรรงค์" เดินหน้าแก้ปัญหาเอสเอ็มอี
"ไตรรงค์" ถกสภาอุตฯหลังวิกฤติ เดินหน้าแก้ปัญหาเอ็สเอ็มอี ความยากจน มั่นใจครึ่งปีนักลงทุนกลับมา เตรียมผลัก พ.ร.บ.ยางพาราฯ เปิดทางแปรรูปไม้ยาง
"ไตรรงค์" ถกสภาอุตฯหลังวิกฤติ เดินหน้าแก้ปัญหาเอ็สเอ็มอี ความยากจน มั่นใจครึ่งปีนักลงทุนกลับมา เตรียมผลัก พ.ร.บ.ยางพาราฯ เปิดทางแปรรูปไม้ยาง
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผย ภายหลังการหารือร่วมกับนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ประธานสภาอุตสาหกรรมยืนยันว่าสภาพการลงทุนในภาคอุตสหากรรมหลังเกิดเหตุความไม่สงบของประเทศช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้นักลงทุนช็อคในระยะสั้นแต่ไม่มีสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนใจไปลงทุนที่อื่น โดยสภาอุตสาหกรรมในฐานะภาคเอกชนจะประสานกับภาคเอกชนต่างๆด้วยกันเอง เพื่อยืนยันว่าสภาพในประเทศไทยเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
นายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ทาง ส.อ.ท. ได้เตรียมแผนการแก้ปัญหาธุรกิจเอ็สเอ็มอี ซึ่งขณะนี้มี 2.8 ล้านยูนิต มีแรงงาน10 ล้านคน โดยในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะร่วมกับสภาอุตสาหกรรมใน 4 เรื่อง คือ 1. การรวมกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อให้มีตัวแทนที่ชอบด้วยกฎหมายในการเข้าไปคุยกับประเทศอาเซียน9ประเทศเพื่อร่วมลงทุน 2. เพิ่มขีดความสามารถของเอ็สเอ็มอี อาจจัดสัมมนาทั้งประเทศใช้งบ 20-30 ล้านบาท 3.การตลาดกระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าจะร่วมกันแสวงหาตลาด 4. มาตรฐานสินค้า ทั้งหมดนี้จะต้องทำอย่างรวดเร็ว
นายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าประเทศมีความปรองดองโดยนายกฯได้มีแผนโรดแม็ป และ ล่าสุดตนได้หารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เตรียมเดินหน้าหน้าแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำในสังคมสูง ซึ่งจะเปิดเผยรายละเอียดเร็วๆ นี้ โดยจะดึงตัวแทนจากสมัชชาภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในคณะทำงาน
ทั้งนี้ หากเดินหน้าตามแผนโรดแม็ปและ แลดอุณหภูมิความไม่พอใจเพื่อสะท้อนให้ต่างประเทศเห็นว่าเรามีความพร้อม คาดว่าภายในครึ่งปีนักลงทุนจะกลับมาลงทุน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คาดว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิด ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเสียหาย1-1.5 แสนล้านบาท แต่เชื่อว่าถ้าช่วยกันแก้ปัญหาจะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ไม่ติดลบความเสียหายก็จะไม่ถึงกับที่ประมาณการไว้ตอนแรก แนวทางอีกด้านหนึ่งต้องใช้การใช้จ่ายของภาครัฐช่วยด้วย ซึ่งจากตัวเลขการใช้จ่ายของภาครัฐ ตั้งแต่ต้นปีถึงเมื่อวันที่ 23 พ.ค. พบว่ามีการใช้จ่ายเร็วขึ้นเป็น64 % จากปีที่แล้ว 60 % แต่ก็ยังต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้นอีก
นายไตรรงค์ กล่าวว่า เตรียมที่จะเสนอให้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ยางพารา โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้สามารถใช้ยางพารามา เแปรรูปได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม้ยางพาราถูกควบคุมไม่ให้มีการนำมาแปรรูปเหมือนกับไม้สัก ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เนื่องจากไม้ยางมีอายุจำกัดที่จะให้น้ำยางจึงเห็นว่าควรจะนำไม้มาใช้ประโยชน์ในการแปรรูป







