posttoday
คอนโดดิ้นฟื้นยอดครึ่งปีหลัง

คอนโดดิ้นฟื้นยอดครึ่งปีหลัง

20 กรกฎาคม 2557

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยและกรรมการผู้จัดการ

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทยและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในครึ่งปีแรกการเปิดโครงการใหม่ลดลง 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายลดลงประมาณ 30% โดยคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกมีจำนวน 12,385 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 26,183 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 2 เปิดตัว 12,299 ยูนิต มูลค่า 28,246 ล้านบาท ขณะที่อัตราการขายในไตรมาสแรกมีสัดส่วนประมาณ 38% ของห้องชุดเปิดขายใหม่ทั้งหมดถือว่าต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส แต่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นในไตรมาส 2 ที่ยอดขายขยับขึ้นมาเป็น 48% สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ต่างๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งการเมืองที่คลี่คลายทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น

ทั้งนี้ การชะลอตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในครึ่งปีแรกทำให้มั่นใจว่าครึ่งปีหลังตลาดคอนโดมิเนียมจะฟื้นตัว และผู้ประกอบการจะเร่งขับเคลื่อนโครงการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด พร้อมอัดกิจกรรมที่จะกระตุ้นกำลังซื้อ โดยในส่วนของบริษัท พฤกษาฯ จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่อีกประมาณ 45 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการเกือบ 1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามแม้จะประเมินว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง แต่ภาพรวมทั้งปี 2557 จะยังคงหดตัวจากปีที่แล้วประมาณ 30% หรือมีมูลค่าลดลงเหลือ 1.4 แสนล้านบาท จากจำนวนห้องชุด 67 หมื่นยูนิต

"แนวทางการพัฒนาโครงการครึ่งปีหลัง แม้จะประเมินว่าฟื้นตัวแล้ว แต่ก็ต้องมีความระมัดระวังและยืดหยุ่นสูง พร้อมปรับตัวรับกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้" นายประเสริฐ กล่าว

ด้าน นายอธิป พีชานนท์ กรรมการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญในครึ่งปีหลังคือ การส่งมอบห้องชุดให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อดึงเงินสดเข้ามาและการลงทุนยังต้องมีความระมัดระวัง เพราะปัจจัยแม้การเมืองจะดูนิ่งแล้ว แต่ทุกอย่างยังไม่แน่นอน การเมืองเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาครึ่งปีหลัง

ค่ายมือถือจัดหนักขายเครื่อง

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นโอกาสทองของลูกค้าที่ต้องการซื้อมือถือเครื่องใหม่ เนื่องจากทุกค่ายต่างโหมโปรโมชั่นกระตุ้นทั้งการลดราคามือถือ และการบริการหลังการขายเพื่อจูงใจให้ลูกค้าย้ายค่ายแต่ใช้เบอร์เดิม

ขณะที่ในปีหน้ามองว่าจะเป็นการแข่งขันเพื่อดึงลูกค้าพรีเพดมากขึ้น โดยเฉพาะการกระตุ้นลูกค้าพรีเพดระดับรากหญ้าให้ใช้งานดาต้ามากขึ้น หลังจากกระตุ้นลูกค้าโพสต์เพดมาแล้ว 2 ปีที่ผ่านมา สำหรับดีแทคเองก็ได้เน้นการเพิ่มยอดขายเครื่องใหม่เช่นกัน โดยล่าสุดได้เปิดแคมเปญ ยิ่งอยู่นานยิ่งรักปีที่ 2 ขึ้น หลังจากจัดครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 แล้วได้รับการตอบรับอย่างมาก โดยมีลูกค้ากว่า 1.2 แสนรายนำอายุการใช้งานมาเป็นส่วนลดค่าเครื่องรวมมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวจะเริ่มจัดตั้งแต่วันนี้ถึง 17 ก.ย. 2557 โดยเปิดให้ลูกค้านำอายุการใช้งานมาแลกเป็นส่วนลดค่าเครื่อง อายุการใช้งาน 1 เดือนเท่ากับ 10 บาท และสูงสุด 20 ปี คือ 2,400 บาท ซึ่งครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนคือ สามารถใช้สิทธิได้เพิ่มอีก 1 สิทธิแก่เพื่อนหรือคนในครอบครัวของลูกค้าที่เข้ามาเป็นลูกค้าใหม่รายเดือนของดีแทค

คอนโดดิ้นฟื้นยอดครึ่งปีหลัง

 

นอกจากนี้ ยังมีมือถือเข้าร่วมโครงการเพิ่มจากปีก่อนกว่า 20 รุ่นเป็น 46 รุ่น ระดับราคาตั้งแต่ 2,000 กว่าบาท ถึงกว่า 2 หมื่นบาท ตั้งเป้ามียอดแลกซื้อเครื่อง 2.5 แสนเครื่อง เพิ่มจาก 1.2 แสนเครื่องปีก่อน คิดเป็นส่วนลดไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท

ด้านเอไอเอสก็ได้จัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นการซื้อเครื่องใหม่เช่นกัน โดยเพิ่มบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องใหม่จากเอไอเอส ช็อป และเทเลวิซทุกสาขา ด้วยบริการ “AIS Mobile Care ดูแลเครื่อง ดูแลคุณ” ให้สามารถเปลี่ยนเครื่องหรือรับเครื่องทดแทนได้ กรณีเครื่องหาย เสีย ฯลฯ ในส่วนรายละเอียดของแคมเปญนั้น สามารถเลือกสมัครบริการได้ 2 รูปแบบ คือ 1.บริการเปลี่ยนเครื่องมือถือ ที่ต้องมีเครื่องเก่ามาแลกเริ่มต้น 39 บาท/เดือน และ 2.บริการเปลี่ยนเครื่องมือถือและรับเครื่องทดแทนเริ่มต้น 89 บาท/เดือน โดยหากไม่มีเครื่องเก่ามายืนยันจะเสียค่าบริการเปลี่ยนเครื่อง 45% ถ้ามีเครื่องเก่ามาเปลี่ยนคิด 25% จากราคามือถือในวันที่ลูกค้าซื้อ เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ก.ย.นี้

‘โตโยไทร์’ อัดงบระบายสต๊อกยางนายพีรเชษฐ์ คริษฐ์เจษฎา โล่ห์สกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท โตโย ไทร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปี 2557 บริษัทเตรียมงบตลาด 100 ล้านบาท ช่วยผู้แทนจำหน่าย 350 แห่ง ทั่วประเทศระบายสต๊อกสินค้า ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ ผ่อนยาง 0% นาน 10 เดือน โดยได้ปรับแผนการขยายผู้แทนจำหน่ายออกไปก่อน เพื่อนำงบมาใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการขายดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังจากที่ตลาดยางรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกหดตัวจากผลกระทบปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจชะลอ ทำให้คาดว่าตลาดยางทดแทน (อาร์อีเอ็ม) ในปีนี้จะไม่เติบโตเทียบเท่ากับปีก่อนที่ 10 ล้านเส้น โดยมีสัดส่วนยางระดับพรีเมียมอยู่ที่ 75%“ปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอการเปลี่ยนยางออกไปก่อน รวมถึงพฤติกรรมการเปลี่ยนยางในปัจจุบันมีการเลือกซื้อยางรถยนต์ที่มีราคาต่ำลง 1015% เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย” นายพีรเชษฐ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้คาดว่าบริษัท จะยังสามารถทำยอดขายให้เป็นไปตาม เป้าหมายที่ 3 แสนเส้น สูงขึ้นจากปีก่อน ที่มีการจำหน่ายในช่วง 6 เดือนหลังการเปิดตัวบริษัทอยู่ที่ 1.2 แสนเส้น จากการจัดโปรโมชั่นและการเปิดตัวยางรถยนต์อีก ไม่ต่ำกว่า 5 รุ่น ในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อรองรับตลาดที่จะฟื้นตัว

บุญถาวรหันเจาะโครงการ

วีระพงษ์ ทยานุวัฒน์ รองประธานกรรมการ บริษัท บุญถาวร ไลท์ติ้ง เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าโครงการในปีนี้เป็นครั้งแรก หลังจากตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เน้นเจาะลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก เพราะเป็นโอกาสที่จะทำให้เติบโตได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีความพร้อมในการทำตลาดโครงการแล้ว ส่วนตลาดผู้บริโภคก็ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนได้จากยอดขายครึ่งปีแรกที่มีกว่า 250 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 500 ล้านบาท เติบโตจากยอดขายปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 300 ล้านบาท สวนกระแสความวุ่นวายทางการเมืองและภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ เป็นเพราะความต้องการใช้ของ ผู้บริโภคมากขึ้น และการเริ่มเจาะตลาดโครงการ ซึ่งจะเห็นว่าตั้งแต่ปลายปี ที่ผ่านมามีโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์เปิดตัวมากขึ้น โดยการเติบโตของกลุ่มไลท์ติ้ง โดยเฉพาะไลทติ้งที่มีดีไซน์ในบุญถาวรที่การเติบโตที่ดีมาก ทำให้ล่าสุดได้แยกเป็นศูนย์รวมไฟตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ออกจากสาขาทั่วไปของบุญถาวร ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 สาขา คือ ที่ถนนรัชดาภิเษก และถนนเกษตร นวมินทร์ และปลายปีจะเปิดอีก 1 สาขา ที่เชียงใหม่ พร้อมกับกลุ่มบุญถาวร

ด้าน กฤษณ โชคพิพัฒน์ผล กรรมการผู้จัดการ ไลฟ์สไตล์ เฟอร์นิเจอร์ บุญถาวร กล่าวว่า ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ของบุญถาวรครึ่งปีแรกก็มียอดขายที่ดี เช่นกัน โดยมียอดขายสูงถึง 300 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวถือว่าไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาเลย อาจเป็นเพราะได้มีการเปิดสาขาใหม่ๆ ของบุญถาวรที่พระราม 2 และหัวหิน พร้อมกับกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ได้ทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับบุญถาวรต่อเนื่อง จึงทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ก็มีทิศทางเดียวกับกลุ่มไลท์ติ้งที่จะเจาะตลาดโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ให้มากขึ้น โดยหากเป็นตลาดโครงการระดับกลาง จะเป็นเฟอร์นิเจอร์มูลค่า ไม่เกิน 5 หมื่นบาท/ชิ้น ส่วนโครงการ ระดับไฮเอนด์จะเป็นเฟอร์นิเจอร์มูลค่า 5 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท/ชิ้นขึ้นไป โดยตั้งเป้าจะมีสัดส่วนยอดขายจาก กลุ่มโครงการอยู่ที่ 30% และกลุ่มลูกค้า ทั่วไป 70% นอกจากนี้ กลยุทธ์ในการทำตลาด จะหันมาเน้นเฟอร์นิเจอร์ไฮเอนด์มูลค่า ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท/ชิ้นมากขึ้น ซึ่งได้ เริ่มปีนี้เป็นปีแรก เพราะมองเห็นความ ต้องการของตลาดยังมีอยู่มาก โดยปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ของบุญถาวรราคาสูงสุด อยู่ที่ 2.5 แสนบาท ซึ่งมีทั้งนำเข้าจาก อิตาลี ญี่ปุ่น และจีน ส่วนภาพรวม ตลาดเฟอร์นิเจอร์ครึ่งปีหลังคาดว่าจะแข่งขันกันรุนแรงขึ้น ภายหลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69