posttoday
ทางรอดเอสเอ็มอีอสังหาฯ

ทางรอดเอสเอ็มอีอสังหาฯ

18 กรกฎาคม 2557

ประเทศที่มีการกระจายรายได้ดีและคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนชั้นกลางและชั้นล่างของประเทศมีความมั่นคง ก็ต้องมุ่งพัฒนาเอสเอ็มอี ประเทศไทยเรากำลังปรับตัวจากระบบเกษตรกรรมพื้นฐานไปสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทขนาดยักษ์กำลังเกิดขึ้นมาก

ประเทศที่มีการกระจายรายได้ดีและคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนชั้นกลางและชั้นล่างของประเทศมีความมั่นคง ก็ต้องมุ่งพัฒนาเอสเอ็มอี ประเทศไทยเรากำลังปรับตัวจากระบบเกษตรกรรมพื้นฐานไปสู่ระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทขนาดยักษ์กำลังเกิดขึ้นมาก

ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ปรับสู่อสังหาฯ ขนาดใหญ่ มีบริษัทอยู่ในตลาดหุ้นถึง 40 บริษัท คลุมการผลิต 70% ของอสังหาฯ ทั้งประเทศ โดยมีรายยักษ์ 23 ราย ที่ครอบคลุมตลาดรวมกัน 30%

การที่มีบริษัทอสังหาฯ ขนาดใหญ่จึงเกิดภาวะยักษ์ใหญ่กินทุกอย่าง ไม่เพียงแค่เป็นปลาใหญ่กินปลาเล็ก ดูภูเก็ตเป็นตัวอย่าง ยักษ์ใหญ่ลงไปทำให้ตลาดบวม เกิดภาวะล้นตลาด เกิดแรงเสียดทานด้านสังคม เหมือนโชห่วยกับโมเดิร์นเทรดในอดีต แต่ส่วนดีก็มีที่ยักษ์ใหญ่กำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐานและเปิดตลาดที่เรียกว่าตลาดผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีโอกาสเลือกสินค้าที่แข่งขันกันสูงและสูงมาก อาทิ สินเชื่อซื้อบ้าน ปัจจุบันก็แข่งขันกันสูงมาก จนจะเหมือนสมัยอเมริกา แฮมเบอร์เกอร์ ที่เงินล้นตลาด ปล่อยกู้สินเชื่อด้อยคุณภาพจนระบบการเงินอเมริกาพังมาทั้งระบบ

ของเราก็กำลังแข่งขันปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เงินดาวน์ไม่ต้องมี ซื้อแล้วยังแถมเงินสดติดมือกลับอยู่ ฟรี 1 ปี ลด แลก แจก แถม โอนฟรี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องลงมาดูทั้งระบบ ทั้งระบบสินเชื่อโครงการซึ่งขณะนี้ ธปท. ทำได้ดี มีการจัดชั้นหนี้ตั้งสำรอง จนธนาคารไม่กล้าปล่อยสไตล์แฮมเบอร์เกอร์

แต่สินเชื่อบ้านยังน่าเป็นห่วง รวมทั้งสินเชื่อจากนอน แบงก์ ซึ่งก็เกี่ยงกันว่า ใครจะมา ควบคุมวางเกณฑ์ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ ธปท. เช่น บัตรเครดิต ทั้งหลายมากมายเต็มกระเป๋าขณะนี้

เมื่อรายใหญ่คุมตลาด เอสเอ็มอีอสังหาฯ กำลังจะตายจริงหรือไม่? ก็ต้องตอบว่า น่ากลัวจริงๆ บางพื้นที่ตายแน่ๆ ที่ยักษ์ใหญ่กวาดตลาดบางภูธรทั้งหมด ด้วยสโลแกนที่ว่า “ทุกที่ ทุกราคา ทุกสินค้า” แล้วจะเหลืออะไรให้เอสเอ็มอีอสังหาฯ ในกรุงและต่างจังหวัด

ยักษ์ใหญ่ได้เปรียบทั้งเงิน (เสียภาษีดอกเบี้ยถูก) ทั้งเครื่องมือ ทั้งคน รัฐเองก็เอาใจยักษ์ใหญ่ เพราะค้ำจุนฐานการเมืองใกล้ชิดกับนักการเมือง เอสเอ็มอีที่จะอยู่รอดจึงต้องทำ 2 อย่าง 1.ทำตัวเองให้เก่งในพื้นที่ Location เป็นฐานของตน จุดอ่อนของเอสเอ็มอีคือ การตลาดไม่เก่ง ขายของเดิมๆ การก่อสร้างไม่ก้าวหน้า ไม่เคยพัฒนายกระดับและท้ายสุด คือ เรื่องการเงิน 2.เลือกพื้นที่ที่ถนัดที่สุดและเจาะตลาดเฉพาะท้องถิ่นให้ได้ เพราะปลาใหญ่จะตายน้ำตื้น

รัฐควรจะทำอย่างไร 1.สนับสนุนด้านข้อมูลด้าน Research ตลาด และ Development ให้กลุ่มพวกนี้ 2.ดูแลให้สถาบันการเงินปล่อยกู้จัดเป็นสัดส่วนของเอสเอ็มอี 3.ดูแลในส่วนของราชการและภาษีให้ทัดเทียมกัน (มิใช่ยกเว้นภาษีให้เฉพาะรายใหญ่) การขออนุญาต (รายใหญ่) ก็เข้าไปนั่งในบอร์ด เช่น จัดสรร เป็นต้น ให้รวดเร็วเสมอภาค

เอสเอ็มอีเราก็ต้องเน้นสร้างคนรุ่นพ่อต่อรุ่นลูก ให้การศึกษาสูงไว้ ข้อมูลทันสมัย ส่งออกไปเรียนรู้ในบริษัทใหญ่ก่อน ปรับปรุงตนเอง ท้ายสุดนโยบายต้องสนับสนุนเอสเอ็มอีให้ชัดกว่านี้ อย่าปล่อยให้ตลาดนี้เป็นตลาด Monoply รับรองว่าถ้าเอสเอ็มอีแข็งธุรกิจนี้จะแข็งแรง ช่วยกระจายความเสี่ยงของสถาบันการเงินและเป็นฐานให้กับการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ