
แผนแม่บทพัฒนาอุตฯ ของเวียดนาม
แผนแม่บทพัฒนาอุตสาหกรรมของเวียดนามเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2557 นายกรัฐมนตรีของเวียดนามได้เห็นชอบเกี่ยวกับแผนแม่บทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเวียดนามจนถึงปี 2568 และวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลกว่านี้จนถึงปี 2573 ซึ่งเรียกกันในนาม Decision No. 879/QDTTg
แผนแม่บทพัฒนาอุตสาหกรรมของเวียดนามเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2557 นายกรัฐมนตรีของเวียดนามได้เห็นชอบเกี่ยวกับแผนแม่บทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเวียดนามจนถึงปี 2568 และวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลกว่านี้จนถึงปี 2573 ซึ่งเรียกกันในนาม Decision No. 879/QDTTg
จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2557 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามได้จัดสัมมนา เพื่อประกาศแผนแม่บทให้แก่สาธารณชนได้รับทราบ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตในอัตรา 6.57% ในช่วงปี 2557-2563 และเพิ่มขึ้นเป็น 7.58% ในช่วงปี 2564-2573
ขณะที่ผลผลิตของภาคอุตสาหกรรมกำหนดเป้าหมายเติบโต 12.513% ในช่วงปี 2557-2563 และลดลงเล็กน้อยเหลือ 11-12% ระหว่างปี 2564-2573 และสัดส่วนเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างต่อ GDP กำหนดเพิ่มขึ้นจาก 42-43% ในช่วงปี 2557-2563 เป็น 4345% ในช่วงปี 2564-2573
แผนแม่บทข้างต้นได้เน้นพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงทั้งการเพื่อผลิตสนองความต้องการภายในประเทศและการผลิตเพื่อส่งออก เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างความเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะเกื้อหนุนต่อภาคเกษตรกรรม การพัฒนาชนบท ความมั่นคงของประเทศ รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในด้านการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 สาขา คือ 1.เครื่องจักรกลและโลหะการ 2.เคมีภัณฑ์ 3.อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศ 4.สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 5.รองเท้า 6.แปรรูปสัตว์น้ำ พืชผลทางการเกษตร ผลผลิตจากป่าไม้ 7.อาหารและเครื่องดื่ม 8.วัสดุก่อสร้าง 9.การสำรวจและทำเหมืองแร่ และ 10.พลังงาน เช่น ไฟฟ้า ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ
แผนแม่บทยังกล่าวถึงการอำนวยความสะดวกแก่การลงทุน การพัฒนาเอสเอ็มอี การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรมให้ทันสมัย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการพัฒนาอุตสาห กรรมสนับสนุน ซึ่งเป็นการผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนป้อนอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อให้ก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของโลก
อนึ่ง รัฐบาลเวียดนามยังมีนโยบายที่จะยกเลิกกฎระเบียบว่าโครงการลงทุนของต่างชาติต้องได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (Investment Certificate) เพื่อ ทำให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ มากขึ้น โดยจะออกบัตรส่งเสริมการลงทุนให้เฉพาะโครงการสำคัญมากเท่านั้น ซึ่งโครงการทั่วไปติดต่อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เลย ไม่ต้องมีขั้นตอนขอรับบัตรส่งเสริม
สำหรับนักลงทุนต่างประเทศเห็นว่าบัตรส่งเสริมเปรียบเสมือนเป็นยันต์กันผี เมื่อต้องไปติดต่อกับหน่วยราชการต่างๆ ทั้งเพื่อขอรับอนุญาตตั้งโรงงาน ซื้ออนุญาตใช้ที่ดิน การนำเข้าส่งออกกับกรมศุลกากร ติดต่อด้านภาษีอากรกับกรมสรรพากร ฯลฯ หากไม่มีบัตรส่งเสริมแล้ว เกรงว่าจะทำให้ไม่ได้รับความสะดวกเมื่อไป ติดต่อหน่วยราชการเหล่านี้ ทั้งนี้การขอรับบัตรส่งเสริมนั้นก็เป็นกระบวนการที่ง่ายและไม่เสียเวลามากมายแต่อย่างใด







