
หุ้น14ก.ค.ปิดบวก11.22จุด
หุ้นไทยปิด 1,529.23 จุด บวก 11.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,293 ล้านบาท
หุ้นไทยปิด 1,529.23 จุด บวก 11.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,293 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่1,529.23 จุด เพิ่มขึ้น 11.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,293.36ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.TRUE ปิดที่ 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,034.42 ล้านบาท
2.PTTGC ปิดที่ 68.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,746.71 ล้านบาท
3.SAWAD ปิดที่ 19.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,525.30 ล้านบาท
4.SCB ปิดที่ 186.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,420.97 ล้านบาท
5.ADVANC ปิดที่ 225.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,304.29 ล้านบาท
นักวิเคราะห์จากบล.เอเซียพลัสระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยสามารถปรับตัเวพิ่มขึ้นต่อต่อกันเป็นวันที่ 12 ซึ่งมีโอกาสที่จะเพิ่มได้ เพราะเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบอย่างเต็มตัว เริ่มด้วยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งที่ศึกษา จะมีกำไรสุทธิงวด ไตรมาส2 เท่ากับ 5.03 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากงวดที่ผ่านมา และยังทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยที่ภาพรวมยังไม่มีอะไรโดดเด่นสำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในงวดนี้ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัจจัยการเมือง เว้นแต่เพียงรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ยังเติบโตได้ แต่ก็ถูกลดทอนจากการตั้งสำรองหนี้ฯ
แต่หากพิจารณาถึงดัชนีกลุ่มธนาคารพาณิชย์พบว่าตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. จนถึงล่าสุดปรับขึ้นมากว่า 15% จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการ และความคาดหวังต่อแนวโน้มที่ดีขึ้นของผลประกอบการ ในช่วง ครึ่งปีหลังของปี2557 และปี 2558 ซึ่งการปรับขึ้นแรงเกินไปของดัชนีและราคาหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวทำให้ มีโอกาสเพิ่มขึ้นค่อนข้างจำกัด ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูก ขายทำกำไรออกมาเมื่อข่าวเกิดขึ้นจริงนักลงทุนจึงควรระมัดระวังและเลือกลงทุนในหุ้นที่ยังมี โอกาสเพิ่มขึ้น
ส่วนปัจจัยภายนอกก็ต้องติดตาม นอกจากนี้ยังต้องมุ่งไปที่สหรัฐต่อเนื่อง โดยนางเจเน็ต เยลเลน จะขึ้นแถลงต่อสภาคองเกรสในวันที่ 15-16 ก.ค. ซึ่งต้องจับตาดูว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะยืนอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำใกล้ 0% ไปจนถึงเมื่อใด ผลสำรวจพากันคาดการณ์ว่าน่าจะเริ่มขึ้นในช่วง ไรมาส2ปี2558 รวมทั้งฝั่งเอเซียก็ต้องให้ความสำคัญกับการประชุม BOJ ที่จะเสร็จสิ้นวันพรุ่งนี้ มีความกังวลว่าอาจจะต้องปรับลดคาดการณ์ GDP Growth หลังจากข้อมูลชี้วัดเศรษฐกิจงวด 2Q57 หลายตัวที่ออกมาต่ำกว่าคาด แต่ก็เชื่อว่า BOJ จะคงนโยบายตามเดิมและยังไม่มีมาตรการอะไรใหม่ออกมา รวมทั้งการประกาศ GDP Growth งวด ไตรมาส2 ของจีนในวันที่ 16 ก.ค. คาดว่าจะขยายตัว 7.4% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากออกมาต่ำกว่าคาดก็จะเป็นปัจจัยกดดันตลาด







