
เบรกงบอนุรักษ์พลังงานสกัด "ตกหล่น"
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
มติคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ให้ทบทวน 23 โครงการที่ขอใช้เงินกองทุน โดยให้ดำเนินการต่อเพียง 2 โครงการ คือ โครงการให้ทุนไปพัฒนาพลังงานทดแทน และในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่สูงมากเพียง 400 ล้านบาท
ก่อให้เกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับการขอรับเงินสนับสนุนในโครงการอนุรักษ์พลังงานของกองทุนที่มีเงินก้อนโตร่วม 3.51 หมื่นล้านบาท ซึ่งตามแผนงานในแต่ละปีจะมีการอนุมัติงบสนับสนุนการประหยัดพลังงานไว้ไม่น้อยกว่า 7,000 ล้านบาท
กรรมการกองทุนฯ แย้มว่า สาระหลักที่ต้องยุติเพราะมีเงินตกหล่นรายทางในโครงการเยอะมาก ที่สำคัญการอุดหนุนขาดความคุ้มค่าในการใช้เงิน
จากการตรวจสอบพบว่า โครงการที่ถูกระงับไปเป็นโครงการปี 2556 จำนวน 15 โครงการ ซึ่งถูกสั่งให้ยุติการดำเนินการทั้งหมด
ขณะที่โครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนในปี 2557 จำนวน 6 โครงการ ที่ถูกสั่งระงับเมื่อพิจารณาวงเงิน ก็ต้องตกตะลึง เพราะมีมูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท เป็นของปี 2556 ร่วม 3,955 ล้านบาท และปี 2557 อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท อาทิ
1.โครงการการวิจัยต้นแบบหญ้าเนเปียร์ ที่ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งผ่านการประมูลไปแล้ว แต่การเบิกจ่ายไม่ทันวันที่ 30 ก.ย.นี้ จึงยกเลิกและจะนำไปพิจารณากันอีกครั้งในปี 2558
2.โครงการการติดตั้งระบบแสงสว่างหลอดแอลอีดีสำหรับอาคารในกำกับของกลาโหม งบประมาณ 400 ล้านบาท ที่ให้จบโครงการลง
3.โครงการส่งเสริมวัสดุและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน งบประมาณ 524 ล้านบาท
4.โครงการสนับสนุนการลงทุนด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน งบประมาณ 525 ล้านบาท
5.โครงการสนับสนุนการให้คำปรึกษาเพื่อลดต้นทุนและพลังงานในโรงงาน อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก งบประมาณ 161 ล้านบาท
6.กิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน งบประมาณ 140 ล้านบาท
7.โครงการการศึกษาวิจัยต้นแบบวิสาหกิจชุมชนพลังงานสีเขียวจากพืชพลังงาน งบประมาณ 300 ล้านบาท
8.โครงการกิจกรรมการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล งบประมาณ 140 ล้านบาท
9.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องทำความเย็นในภาคอุตสาหกรรม งบประมาณ 215 ล้านบาท
10.โครงการส่งเสริมมาตรการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม งบประมาณ 259 ล้านบาท
11.โครงการสนับสนุนการลงทุนเพื่อปรับปรุงเครื่องจักรวัสดุอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน งบประมาณ 524 ล้านบาท
นี่คือโครงการที่ถูกสั่งชะลอไป สะท้อนให้เห็นว่าการพิจารณาจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่ผ่านมามีปัญหาและสะท้อนความรีบเร่ง บางประการ
เพราะเมื่อตรวจสอบก็พบว่าโครงการที่ถูกยุติล้วนแล้วแต่เป็นการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2557 ที่มี พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงานในขณะนั้น เป็นรองประธาน
มติในวันนั้นเห็นชอบอนุมัติจัดสรรงบโครงการ ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนรวม 104 โครงการ วงเงิน 6,524 ล้านบาท
โครงการสำคัญที่ได้รับการสนับสนุน คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ในภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ
โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร ภาครัฐ เน้นการส่งเสริมในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท
โครงการส่งเสริมการใช้วัสดุอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงในภาคประชาชน เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ในราคาถูก
โครงการอนุรักษ์พลังงานสำหรับการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง (หลอดแอลอีดี)
ตอนนั้น พงษ์ศักดิ์ เชื่อมั่นว่า จากการดำเนินงานทั้งสิ้น 104 โครงการ จะสามารถประหยัดพลังงาน ลงได้ไม่น้อยกว่า 145,980 ตัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ (Ktoe) ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเงินที่จะประหยัดได้ถึง 3,649.5 ล้านบาท/ปี
แต่ตอนนี้กลับถูกสั่งยุติลง







