
5ปีกองแอลทีเอฟกำไรอู้ฟู่
เฉลี่ยแจก141%กรุงศรีแชมป์225%สะท้อนลงทุนยาวดีกว่าเก็งกำไรสั้น
เฉลี่ยแจก141%กรุงศรีแชมป์225%สะท้อนลงทุนยาวดีกว่าเก็งกำไรสั้น
กองทุน LTF ครึ่งปีแรกผลตอบแทนเฉลี่ย 11% พบ 5 ปีกำไรอู้ฟู่เฉลี่ย 28.82% ต่อปี
ผลการสำรวจผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในช่วงครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2557 พบว่า กองทุน LTF ทั้งหมด 52 กองทุน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 11.22% ในขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในช่วงเวลาเดียวกันให้ผลตอบแทน 14.40% และหากรวมเงินปันผลจะให้ผลตอบแทนที่ 16.90%
กองทุนที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุดอยู่ที่ 18.75% และผลตอบแทนน้อยสุดติดลบ 0.26% เนื่องจากเป็นกองทุนที่ใช้อนุพันธ์เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และปัจจุบันไม่เปิดให้นักลงทุนซื้อกองทุนเพิ่มอีกทั้งพบว่ามีเพียง 9 กองทุน ที่ทำผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ
สำหรับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ผลตอบแทน 18.75% อันดับ 2 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ผลตอบแทน 16.82% อันดับ 3 กองทุนเปิดฟิลลิป หุ้นระยะยาว ของ บลจ.ฟิลลิป (ประเทศไทย) 16.01% อันดับ 4 กองทุนเปิดกรุงไทย SET50 หุ้นระยะยาว ของ บลจ.กรุงไทย 15.57% อันดับ 5 กองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นระยะยาวทวีกำไร ของ บลจ.แอสเซท พลัส 15.22%
อันดับ 6 กองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นระยะยาว ของ บลจ.แอสเซท พลัส ผลตอบแทน 15.01% อันดับ 7 กองทุนเปิดกรุงศรี SET50 หุ้นระยะยาว ของ บลจ.กรุงศรี 14.97% อันดับ 8 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เพิ่มทรัพย์ หุ้นระยะยาว ของ บลจ.เอ็มเอฟซี 14.90% อันดับ 9 กองทุนเปิดเอคควิตี้โปร หุ้นระยะยาวของ บลจ.โซลาริส 14.79% และอันดับ 10 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นระยะยาว ทาร์เก็ต ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ 14.34%
อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปแบบของกองทุน LTF ที่จะต้องลงทุนระยะยาว 5 ปีถึงจะขายได้ จึงนำผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังมาเปรียบเทียบ และพบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุน LTF อยู่ที่ 141.41% หรือคิดเป็น 28.82% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงเวลาเดียวกันให้ผลตอบแทน 148.67% หรือ 29.73% ต่อปี และหากรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 204.48% หรือ 40.89% ต่อปี โดยกองทุน LTF ที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุด 225.04% หรือ 45% ต่อปี ส่วนผลตอบแทนน้อยสุดอยู่ที่ 8.55% หรือ 1.71% ต่อปี
กองทุนที่ผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล ของ บลจ.กรุงศรี ผลตอบแทน 225.04% หรือ 45% ต่อปี อันดับ 2 กองทุนเปิด Good Corporate Governance LTF ของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ผลตอบแทน 216.49% หรือ 43.30% ต่อปี อันดับ 3 กองทุนเปิดอเบอร์ดีน หุ้นระยะยาว ของ บลจ.อเบอร์ดีน ผลตอบแทน 212.92% หรือ 42.58% ต่อปี อันดับ 4 กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว ของ บลจ.บัวหลวง 210.67% หรือ 42.13% ต่อปี อันดับ 5 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิสลามิก หุ้นระยะยาว ของ บลจ.เอ็มเอฟซี 204.05% หรือ 40.81% ต่อปี
อันดับ 6 กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว ของ บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ผลตอบแทน 198.11% หรือ 39.62% ต่อปี อันดับ 7 กองทุนเปิด แวลู พลัส ปันผลหุ้นระยะยาว ของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ผลตอบแทน 194.38% หรือ 38.88% ต่อปี อันดับ 8 กองทุนเปิดวรรณ เอเอ็ม ซีเล็คทีฟโกรท หุ้นระยะยาว ของ บลจ.วรรณ ผลตอบแทน 189.52% หรือ 37.90% ต่อปี อันดับ 9 กองทุนเปิด Big Cap ปันผลหุ้นระยะยาว ของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ผลตอบแทน 187.36% หรือ 37.47% ต่อปี และอันดับ 10 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีเพิ่มค่าหุ้นระยะยาว ผลตอบแทน 180.61% หรือ 36.12% ต่อปี
ผู้บริหาร บลจ. กล่าวว่า กองทุน LTF ทำให้นักลงทุนในวงกว้างได้รู้จักกองทุนรวมและการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น ซึ่งเพิ่มเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนสถาบันช่วยสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ ขณะเดียวกันนอกจากนักลงทุนได้ประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังเป็นช่องทางได้ออมและลงทุน ยิ่งลงทุนได้นานก็พบว่าให้ผลตอบแทนที่ดี ดังนั้นการลงทุนจึงไม่อยากให้มองแค่ผลตอบแทนในช่วงเวลาสั้น
ด้านสินทรัพย์สุทธิของกองทุน LTF ทั้งระบบ ณ วันที่ 27 มิ.ย. 2557 มีมูลค่า 2.36 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,035.62 ล้านบาท หรือ 3.07% จากสิ้นปีก่อน







