
ไฟแนนซ์ทูเดย์
...เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 10 วัน กุลิศ สมบัติศิริ ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งถือว่าได้กลับบ้านหลังเก่า ก็แทบไม่ได้หายใจหายคอ เพราะต้องเร่งทำงานยักษ์คือ “ซูเปอร์บอร์ด” ที่มี สคร.เป็นเหมือนเลขาฯ และขุมข้อมูลของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด
...เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 10 วัน กุลิศ สมบัติศิริ ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งถือว่าได้กลับบ้านหลังเก่า ก็แทบไม่ได้หายใจหายคอ เพราะต้องเร่งทำงานยักษ์คือ “ซูเปอร์บอร์ด” ที่มี สคร.เป็นเหมือนเลขาฯ และขุมข้อมูลของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด
ทว่างานแต่ละอย่างมีแต่จะเข้าไปรื้อ เลิก ลด ละ บุญเก่าของเหล่าบรรดารัฐวิสาหกิจ ทำให้กุลิศหรือพี่กบของน้องๆ ต้องเรียกทีมงาน สคร.ที่มีกำลังคนรวมลูกจ้างยันคนขับรถเพียง 201 ชีวิต ให้ช่วยขับเคลื่อนงานช้างครั้งนี้ให้สำเร็จตามเป้าหมาย และถ้าหากปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทยให้มีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน จะถือเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้ สคร.อย่างแน่นอน
...ด้าน สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เมื่อได้กลับเข้าไปทำงานที่ศุลกากรอีกทีครั้งนี้ก็เร่งเรื่องการสร้างคนใหม่ที่มีศักยภาพ มีความรู้ทั้งเรื่องกฎ กติกา ภาษีและการค้าโลก ที่สำคัญรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของพวกที่ต้องการลักลอบการเสียภาษี เพราะอีกไม่เกิน 10 ปีจากนี้ คาดว่ากรมศุลฯ จะมีปัญหาเรื่องคนหายไปครึ่งค่อนกรม เนื่องจากอายุของข้าราชการกรมศุลฯ ปัจจุบันอยู่ที่ 40-50 ปี คาดว่าอีก 10 ปี จะมีคนทยอยเกษียณมากถึง 3,000 คน จึงถึงเวลาที่ต้องเตรียมพัฒนาบุคลากรไว้รองรับกับงาน
...ส่วนงานเฉพาะหน้าระยะสั้นคือ ต้องเร่งล้างภาพลักษณ์ในเชิงลบที่มีต่อกรมศุลกากรทุกเรื่องและทุกจุด ซึ่ง “สมชัย” เปิดรับเรื่องร้องเรียนทุกช่องทาง และตั้งเป้าตรวจเยี่ยมด่านศุลกากรทุกแห่ง แถมยังขู่ว่าใครที่มีหน้าที่ดูแลด่านก็ดูแลไปตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างเวลางานห้ามเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หรือไปที่อื่น ถ้าว่างมากก็ให้ทำงานในเชิงสังคม และจากนี้จะเตรียมออกระเบียบเพื่อให้การเก็บภาษีของทุกด่านอยู่ในอัตราเดียวกันหมด ไม่ต้องวิ่งไปเสียด่านไหนที่ว่าเก็บภาษีถูก
หลังจากนี้คงจะยากแน่ๆ
...บอร์ดธนาคารออมสิน นาทีนี้ยังเหนียวแน่นหนึบไม่ยอมลาออก ข่าวว่าได้แรงหนุนดีจากดูไบ ที่ต้องการให้ดูท่าที คสช. หากถูกบีบให้ออกจะได้เป็นกรณีตัวอย่างบอร์ดที่ผลงานดี บริหารงานทำกำไรปีเป็นหมื่นล้านบาท ทำไมถึงยังต้องออก กับอีกกระแสแจ้งว่าเพราะมีการตกลงกันไว้ลับๆ เรื่องยอมควักสภาพคล่องออมสิน 7 หมื่นล้านบาท ไปอุ้มจำนำข้าวเพื่อช่วย คสช.ได้เร่งจ่ายเงินให้ชาวนา โดยที่บอร์ดยอมกดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในระบบเพียงแค่ 2% กว่าๆ อาจจะเป็นใบเบิกทางให้ คสช.ยอมรับในตัวบอร์ดชุดนี้มากขึ้น
...ทิ้งท้ายที่เรื่องสลากการกุศล 2 ล้านฉบับ จากทั้งหมด 22 ล้านฉบับ ซึ่งเดิมเคยเป็นโควตาของ บริษัท เกิดสุขการค้า มีโควตา 1.85 ล้านฉบับ และบริษัท วิงส์อาร์มส์ แอนด์ เรดิโอส์ มีโควตา 1.5 แสนฉบับ และเพิ่งหมดไปช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา งานนี้ใครไม่รู้ก็ดูเหมือนจะยกประโยชน์ให้มูลนิธิผู้เกษียณของสำนักงานสลากฯ ไป แต่สุดท้ายก็ขายโควตาสลากล็อตนี้คืนกลับให้พวกเดียว เสธ.ทหารก๊วนเดียวกันอยู่ดี







