posttoday
หนุนดึงวัตถุดิบเพื่อนบ้านป้อนอุตฯผลิตอาหารสัตว์

หนุนดึงวัตถุดิบเพื่อนบ้านป้อนอุตฯผลิตอาหารสัตว์

10 กรกฎาคม 2557

แนะเร่งทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งเพื่อนบ้านป้อนวัตถุดิบ รับความต้องการอาหารสัตว์ โตเฉลี่ยปีละ 6.5%

แนะเร่งทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งเพื่อนบ้านป้อนวัตถุดิบ รับความต้องการอาหารสัตว์ โตเฉลี่ยปีละ 6.5%

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า ความต้องการอาหารสัตว์ของไทยในช่วง 20 ปีข้างหน้านี้ หรือปี 2557-2575 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.5% ต่อปี จาก 16.5 ล้านตัน/ปี เป็น 23.5 ล้านตัน/ปี ทำให้ต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เพราะไทยไม่มีพื้นที่ปลูกวัตถุดิบ เช่นข้าวโพด ถั่วเหลือง และมันสำปะหลังเพิ่มเติมอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งลงทุนเช่าหรือส่งเสริมให้เกษตรกรเพื่อนบ้านปลูกพืชเพื่อมาใช้ในไทย โดยใช้ระบบคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง หรือระบบการเกษตรที่ทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า จะต้องวางแผนให้ดีทั้งเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการนำเข้า

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารสัตว์นำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารสัตว์ ได้แก่ข้าวโพด ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง และปลาป่น จากต่างประเทศ 35% และใช้วัตถุดิบในประเทศ 65% แต่ในอนาคตคาดว่าไทยอาจต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนที่มากขึ้น

“ในอนาคตวัตถุดิบที่จะมีปัญหาคือ ข้าวโพดและปลาป่น เพราะเชื่อว่าประเทศพัฒนาแล้วจะใช้เรื่องมาตรฐานเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องสร้างมาตรฐานเกี่ยวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ให้ได้” นายพรศิลป์ กล่าว

นอกจากนี้ หากไทยสามารถสร้างมาตรฐานขึ้นมาได้และนำไปใช้กับการทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งในประเทศเพื่อนบ้าน จะทำให้อาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ที่ผลิตได้มีคุณภาพดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นเอ็นทีบีป้องกันไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพจากประเทศอื่นเข้ามาตีตลาดหลังเปิดเออีซี

นายสถิตย์ ลิมปิชัยโสภณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสัตว์น้ำมีปัญหาหนัก ทั้งวิกฤตโรคตายด่วนในกุ้ง (อีเอ็มเอส) และการที่สหรัฐปรับลดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยไปอยู่ในระดับเทียร์ 3 ซึ่งส่งผลให้เวียดนามและอินโดนีเซียได้อานิสงส์จากวิกฤตที่เกิดกับไทย

ขณะเดียวกันเชื่อว่าในอนาคตประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐ ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย จะนำเรื่องมาตรฐานมาบังคับใช้มากขึ้น ดังนั้นจึงอยากเสนอว่า เมื่อเปิดเออีซี ประเทศในกลุ่มอาเซียนควรจะรวมกลุ่มกันทำมาตรฐาน เพื่อใช้ต่อรองกับประเทศคู่ค้าเหล่านี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ