
OTOP ต้องคิดแบบ Glocal
OTOP ต้องคิดแบบ Glocalผมมีโอกาสได้ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการสำรวจด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากศูนย์แสดงจำหน่ายสินค้าและกระจายสินค้า OTOP จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและต่อยอดทางธุรกิจสู่สากล ทำให้ค้นพบกรณีศึกษาที่ดีของผลิตภัณฑ์ที่สามารถพัฒนาสู่แนวคิด Glocal หรือการผสมผสานความเป็นท้องถิ่น (Local) ในบริบทสากล (Global) ได้อย่างลงตัว
OTOP ต้องคิดแบบ Glocalผมมีโอกาสได้ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการสำรวจด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากศูนย์แสดงจำหน่ายสินค้าและกระจายสินค้า OTOP จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและต่อยอดทางธุรกิจสู่สากล ทำให้ค้นพบกรณีศึกษาที่ดีของผลิตภัณฑ์ที่สามารถพัฒนาสู่แนวคิด Glocal หรือการผสมผสานความเป็นท้องถิ่น (Local) ในบริบทสากล (Global) ได้อย่างลงตัว
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบางปูพัฒนา โดยมีประธานคือ นางสายหยุด พูลสวัสดิ์ เป็นกลุ่ม OTOP ที่ผลิตสินค้าพรมเช็ดเท้า จากวัสดุใช้แล้ว จัดตั้งปี 2548 มีสมาชิก 109 คน มีกำลังการผลิต 1.2 หมื่นผืน/เดือน มีรายได้เฉลี่ยเมื่อหักต้นทุน 3 หมื่นบาท/เดือน ใช้เงินทุนหมุนเวียน 5 หมื่นบาท/เดือน โดยนับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีระดับความเชื่อมโยงกับท้องถิ่นสูงมาก เนื่องจากใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น 100% และยังช่วยจ้างงานในท้องถิ่นนับ 100 คน นอกจากนี้ท้องถิ่นยังร่วมบริหารจัดการ และร่วมรับผลประโยชน์
ด้านการตลาด มีหน้าร้านบนถนนบางปูใหม่ ต.บางปูใหม่ และมีร้านอยู่ตรงปากน้ำและแพรกษาที่เป็นเครือข่าย กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายใหญ่ 60% ลูกค้าบริษัท 40% ได้แก่ เชียงราย จันทบุรี นราธิวาส (ห้างไทยเซ็นทรัล) โดยมีทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าขาจร
เป็นที่น่าศึกษาเมื่อผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเล็กๆ แห่งนี้มีแนวคิดในเรื่องผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่สากล (Glocal) อย่างลงตัว เริ่มจากการนำเอาอัตลักษณ์ของจังหวัด คือ “ปลาสลิด” สัญลักษณ์ของ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นของดีขึ้นชื่อชนิดหนึ่งของจังหวัด มาเป็นแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์พรมเช็ดเท้าให้เป็นรูปปลาสลิด ต่อมาได้นำเอาหินกลมกลิ้งชายทะเลมาช่วยเสริมคุณประโยชน์ (Benefits) ในด้านสุขภาพ โดยใช้งานเพื่อทำความสะอาดและยังช่วยนวดเท้า สอดคล้องกับกระแสดูแลสุขภาพในปัจจุบัน
นอกจากนี้ พรมเช็ดเท้าปลาสลิดยังสอดแทรกแนวคิดในเรื่องคุณค่าด้านการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Ecofriendly) โดยนำเอาเศษพรมที่เหลือใช้จากอุตสาหกรรมทำพรมปูพื้นทั่วไป ซึ่งเป็นนำเอาวัสดุสังเคราะห์มาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Reuse) ซึ่งนับเป็นการเติมคุณค่าให้กับตัวผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่ต้องการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
นับเป็นตัวอย่างของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สามารถตอบสนองกับกระแสความต้องการของผู้บริโภคในตลาดสากล (Global Consumer Trend) ไม่ว่าจะเป็นความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Ecofriendly) ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพ (Healthy) รวมไปถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวของท้องถิ่น (Local Identity or Local Story Telling) ซึ่งจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น







