posttoday
แค่ล้างท่อไม่พองัดจีดีพี 2.5% ต้องอัดฉีดเพิ่ม

แค่ล้างท่อไม่พองัดจีดีพี 2.5% ต้องอัดฉีดเพิ่ม

10 กรกฎาคม 2557

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ธปท. คาดจะได้ตามเป้า คสช. ต้องรอดูมาตรการเพิ่มเติม เชื่อฟื้นตัวเต็มที่ได้ปีหน้า มั่นใจเศรษฐกิจไทยมีภูมิคุ้มกันไม่น่าห่วง

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มองอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จะโตได้ในระดับ 2.5% ว่า คงต้องติดตามดูก่อนว่า คสช.จะมีมาตรการเพิ่มเติมอะไรออกมาหรือไม่ โดยเฉพาะมาตรการด้านการลงทุน เพราะหากคาดการณ์ตามสมมติฐานและข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ธปท.ยังคงเชื่อว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะยังคงโตได้ 1.5% ก่อนจะไปเริ่มฟื้นตัวได้เต็มที่ราว 5.5% ในปีหน้า

ประสาร กล่าวว่า หากได้มาตรการเพิ่มเติมในด้านการลงทุนก็จะเป็นเรื่องที่ดีและตรงกับความต้องการของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการที่มีความยั่งยืน เพราะเวลานี้ประเทศต้องการการลงทุนด้านต่างๆ อยู่อีกพอสมควร ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ คน และความรู้ ซึ่งหากเป็นการลงทุนภาครัฐก็จะช่วยเอื้อต่อการลงทุนภาคเอกชนไปด้วย

ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น ทว่าภาคการส่งออกกลับไม่สามารถขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์ เนื่องจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าเชื่องช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ไม่สามารถกระตุ้นในส่วนนี้ได้มากนัก

สำหรับการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคน่าจะหวนกลับมาดีได้ในเร็วๆ นี้ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวนั้นจะเริ่มเข้าสู่ฤดูไฮซีซั่นในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งหากดูแลดีๆ และไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น การท่องเที่ยวก็น่าจะฟื้นกลับมาได้ค่อนข้างเร็ว

“มาตรการเพิ่มเติมก็ต้องติดตามว่า คสช.จะมีอะไรออกมาบ้าง แต่เวลานี้ไม่ได้น่าห่วงมาก เพราะ ธปท.มองว่าเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นแล้ว และครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตได้ค่อนข้างดี แต่เวลาพูดถึงทั้งปีต้องเฉลี่ยกับครึ่งปีแรก ซึ่งไทยมีปัญหาไม่น้อย โดยเฉพาะไตรมาสแรกปีนี้ที่เศรษฐกิจหดตัว ส่วนไตรมาส 2 น่าจะทรงตัวได้ แต่ถึงแม้ไตรมาส 3 และ 4 จะโตได้ไตรมาสละ 34% แต่เมื่อเฉลี่ยทั้งปีแล้วน่าจะโตได้เท่าที่ ธปท.ประเมิน คือ 1.5%” ประสาร กล่าว

อย่างไรก็ดี ผู้ว่าการ ธปท. เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะโตได้เต็มศักยภาพราว 5.5% และไม่มีปัจจัยอะไรที่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะฐานะเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยยังดี มีความสมดุล ทำให้เศรษฐกิจประเทศมีภูมิคุ้มกันพอประมาณ ภาคธุรกิจเอกชนโดยรวมมีความเข้มแข็ง ขณะที่ภาครัฐมีฐานะการคลังดี และไม่มีปัญหาด้านการเบิกจ่ายงบประมาณเหมือนที่เคยติดขัดก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดว่าในเดือน ต.ค.ปีนี้ ก็น่าจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ยังต้องจับตามีเพียงภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังต้องติดตาม ซึ่งแม้ว่าจะเริ่มชะลอลงแล้วในระยะหลังมานี้ แต่ก็ยังจำกัดอำนาจซื้อด้านอุปโภคและบริโภคของครัวเรือนอยู่ โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ ฉะนั้นถ้าภาระหนี้ครัวเรือนสูงก็ต้องติดตาม

สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามนั้น ต้องจับตาเศรษฐกิจประเทศหลักของโลก รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของจีน โดยปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐและอังกฤษปรับตัวดีขึ้นแล้ว ทว่ายุโรป จีน และญี่ปุ่นยังไม่ชัดเจน และหากยุโรปมีการปรับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ก็อาจส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกซึ่งยังต้องติดตามต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ