posttoday
ภาพรวมเศรษฐกิจไทย-โลก

ภาพรวมเศรษฐกิจไทย-โลก

09 กรกฎาคม 2557

เศรษฐกิจต่างประเทศ

เศรษฐกิจต่างประเทศ

เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวด้วยอัตราที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนีภาคการผลิต (ISM Manufacturing) เดือน พ.ค. 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 55.4 จุด จาก 54.9 จุดในเดือนก่อนหน้า ด้วยแรงหนุนจากดัชนีย่อยด้านการผลิตปรับตัวดีขึ้นมาก และดัชนียอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ยังขยายตัวได้ดี ทางด้านดัชนีธุรกิจภาคบริการ (ISM nonmanufacturing) เพิ่มขึ้นเป็น 56.3 จุด จาก 55.2 จุด เป็นผลของยอดคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payrolls) ในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 2.17 แสนตำแหน่ง แม้จะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด และเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่การจ้างงานสูงกว่าระดับ 2 แสนตำแหน่ง/เดือน และอัตราว่างงานทรงตัวจากเดือนก่อนที่ระดับ 6.3% แสดงถึงตลาดแรงงานในสหรัฐยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง

การประชุมวันที่ 18 มิ.ย. 2557 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับลด QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน อยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และมีแนวโน้มที่จะยังเดินหน้าปรับลดวงเงิน QE จนจบโครงการภายในปีนี้ และได้ระบุว่า แม้การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้น แต่ยังไม่ฟื้นตัวมากพอในระดับที่จะมั่นใจได้ว่าการฟื้นตัวจะมีความยั่งยืน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย เท่ากับว่าเฟดจะยังไม่เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เฟดได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ที่ระดับ 2.12.3% นอกจากนี้เฟดได้ปรับลดประมาณการอัตราดอกเบี้ยระยะยาวลงจาก 4% เหลือ 3.75% สะท้อนมุมมองต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในระยะยาวที่ลดลง

เศรษฐกิจของประเทศกลุ่มแถบยุโรป การฟื้นตัวของกิจกรรมทางธุรกิจและอัตราว่างงานมีอัตราชะลอลง โดยดัชนี Markit PMI ภาคการผลิตและบริการของกลุ่มยูโรโซน (PMI Composite) ในช่วงปลายเดือน พ.ค. อยู่ที่ 53.5 จุด ลดลงจากเดือน เม.ย. ซึ่งเป็น 54.0 จุด อัตราว่างงานในกลุ่มยูโรโซนของเดือน เม.ย.ลดลงเป็น 11.7% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แต่อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยตัวเลขเงินเฟ้อของเดือน พ.ค. นั้น อยู่ที่ 0.5%

เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืด ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 0.25% เป็น 0.15% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (ดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB) ลดลงจาก 0.00% เป็น 0.10% นับเป็นธนาคารกลางที่สำคัญแห่งแรกที่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ นอกจากนี้ ยังออกมาตรการ Targeted LongTerm Refinancing Operations (TLTROs) มูลค่าประมาณ 4 แสนล้านยูโร เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ให้กับบริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ธุรกิจการเงิน ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการให้เม็ดเงินเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริง (real sector) ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจได้ดีกว่าที่เงินอัดฉีดจะถูกนำไปลงทุนในตราสารการเงินเหมือนการอัดฉีดในครั้งก่อนๆ โดยจะมีการทยอยอัดฉีดทีละส่วนภายในช่วงระยะเวลา 4 ปี (สิ้นสุดเดือน ก.ย. 2561) อย่างไรก็ตาม มาตรการ TLTROs ที่ออกมานี้ มีมูลค่าน้อยกว่าที่ตลาดคาด และมีเงื่อนไขที่ปริมาณการอัดฉีดจะขึ้นกับความสามารถในการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งที่มาขอกู้เงินจาก ECB ปริมาณเงินที่จะเข้าระบบจริงในอนาคตจึงยังไม่แน่นอน

เศรษฐกิจญี่ปุ่น ฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วหลังจากที่ชะลอเนื่องจากการขึ้นภาษีการบริโภค (Consumption tax) โดยในธุรกิจภาคการผลิต ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (Nomura/JMMA Manufacturing PMI) ของเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 51.1 จุด จาก 49.9 จุดในเดือน พ.ค. กลับเข้าสู่ภาวะขยายตัวอีกครั้ง และดัชนีคำสั่งซื้อใหม่และดัชนีการผลิตสามารถพลิกเป็นการขยายตัวได้ ด้านธุรกิจภาคบริการยังหดตัว แต่ด้วยอัตราที่ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยดัชนี Markit Services PMI เดือน พ.ค. ฟื้นตัวขึ้นเป็น 49.3 จุด จาก 46.4 จุด การฟื้นตัวได้รวดเร็วของภาวะธุรกิจญี่ปุ่นนั้นเป็นสัญญาณที่ดีว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นน่าจะมีความต่อเนื่องได้ดี นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีแผนจะลดอัตราภาษีนิติบุคคลที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ที่เกือบ 36% (สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ในโตเกียว) เพื่อจูงใจการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ

ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจไทย

ตัวเลขเศรษฐกิจไทยสำหรับเดือน เม.ย. 2557 โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น

ดัชนีการอุปโภคบริโภคหดตัว 0.8% YoY แต่ปรับเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ทยอยฟื้นตัวเล็กน้อยได้เป็นเดือนที่ 2

ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 4.7% YoY และ 0.2% MoM จากการชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในภาคการก่อสร้างและยอดขายซีเมนต์ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวขึ้นเป็น 52.2 จาก 50.7 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าผู้ประกอบการเริ่มมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

การส่งออกสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ตกต่ำและอุปสงค์จากจีนที่ชะลอตัว

จำนวนนักท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นหลังการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังหดตัว 1.7% ซึ่งดีขึ้นจากที่หดตัว 9.4% ในเดือนที่แล้ว

การมีรัฐบาลรักษาการของ คสช. จะส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง 2557 จากการดำเนินนโยบายในหลายๆ ด้านของ คสช. เช่น การเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว 9.2 หมื่นล้านบาทภายใน มิ.ย. 2557 การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น (รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าใน กทม. และปริมณฑล) การเร่งเบิกจ่ายงบปี 2557 และจัดทำงบประมาณปี 2558 การตั้งบอร์ด BOI เพื่ออนุมัติโครงการที่ค้างอยู่เป็นมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ซึ่งความคืบหน้าเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจให้ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว และความชัดเจนของแผนการดำเนินนโยบายในด้านต่างๆ

ธปท.คาดว่า GDP ไทยปี 2557 จะขยายตัว 1.5% โดย GDP ในครึ่งปีแรกจะติดลบ 0.5% แต่จะกลับมาขยายตัวได้ 3.43.5% ในครึ่งปีหลัง ส่วนในปี 2558 ธปท.คาดว่า GDP จะขยายตัวได้ 5.5% ด้วยแรงหนุนจากการลงทุนทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ที่คาดจะโต 11.2% และ 9.7% ตามลำดับ รวมทั้งการบริโภคเอกชนคาดขยายตัว 4.7%

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69