posttoday
พิสูจน์ความแกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ 3.2 ลิตร

พิสูจน์ความแกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ 3.2 ลิตร

09 กรกฎาคม 2557

มีโอกาสได้พิสูจน์สมรรถนะความแข็งแกร่งของ “ฟอร์ด เรนเจอร์” ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร กันเสียทีหลังจากที่ฮอตฮิตติดลมบนมียอดขายกระฉูดจนกระทั่งต้องรอรับรถนานกว่า 8 เดือนในช่วงที่ผ่านมา

มีโอกาสได้พิสูจน์สมรรถนะความแข็งแกร่งของ “ฟอร์ด เรนเจอร์” ไวลด์แทรค เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร กันเสียทีหลังจากที่ฮอตฮิตติดลมบนมียอดขายกระฉูดจนกระทั่งต้องรอรับรถนานกว่า 8 เดือนในช่วงที่ผ่านมา

ถึงวันนี้สถานการณ์แบ็กออร์เดอร์เริ่มคลี่คลายลง ดีลเลอร์เริ่มยิ้มหน้าบาน สดใสยิ่งขึ้น เพราะมีสินค้าเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

จึงเป็นที่มาของการร่วมทริปการเดินทางของฟอร์ดในกิจกรรม “ฟอร์ด เรนเจอร์ แรงขับที่มุ่งมั่น เพื่อชีวิตที่ดีกว่า ตอน สบายดีเวียงจันทน์วังเวียง” ที่ให้ลูกค้าผู้ใช้รถฟอร์ดเรนเจอร์จำนวน 60 คัน กว่า 100 ชีวิต ร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางโดยการนำรถยนต์ของตัวเองมาพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่ง โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมเดินทางในครั้งนี้ไปด้วย

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.2 ลิตร คันนี้ ดุดันด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.2 ลิตร 5 สูบ 200 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ ให้อัตราเร่งเร้าใจทุกท่วงทำนอง ตอบสนองเรียกร้องทุกครั้งที่กดคันเร่ง

ซึ่งสมรรถนะดังกล่าวยังมาพร้อมกับความประหยัดจากการลองขับด้วยระยะทางเกินกว่า 700 กม. ตั้งแต่ จ.หนองคาย มุ่งหน้าออกสู่วังเวียงต่อเนื่องไปเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว และมาบรรจบที่หนองคายดังเดิม ดูที่มาตรวัดน้ำมันถึงกับต้องตกใจ เพราะใช้น้ำมันไปเพียงครึ่งถังบวกลบนิดหน่อย

แต่ช่วงที่ขับขี่ตลอดเส้นทางนี้บอกได้เลยว่าใช้งานในชีวิตจริงแท้แน่นอน ไม่ได้ขับแบบหวานเย็นเพื่อให้ได้อัตราประหยัดใดๆ เพราะเมื่อไรที่มีจังหวะทำความเร็ว เร่งแซง หรือ ทางสมบุกสมบัน จึงได้ในอัตราดังกล่าวแบบไม่ลงรายละเอียดตัวเลขเป๊ะๆ แล้วกัน

ช่วงล่างการขับขี่ถือได้ว่าถูกอกถูกใจเป็นทุนเดิมกับการยึดเกาะถนนที่ทำได้ดีในรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร พอมาถึงเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร ก็ยังคงไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคย ถึงแม้น้ำหนักตัวจะเพิ่มมากขึ้น แต่การปรับชดเชยค่าต่างๆ ของช่วงล่างก็ทำให้อารณ์การขับขี่มั่นอกมั่นใจได้อยู่เสมอ ถึงแม้จะเป็นอาการโดดเด้งปกติของรถกระบะแต่ก็อยู่ในระดับที่พอรับได้

เพราะตลอดเส้นทางในประเทศลาวนั้นไม่ได้ราบเรียบเลยแม้แต่นิด ถึงขั้นที่ว่าบางช่วงบางจังหวะถนนเป็นหลุมบ่อมีอุปสรรคชนิดที่เครื่องในภายในร่างกายสามารถเขย่ารวมกันเป็นก้อนเดียวได้ แต่ความนุ่มนวลลงตัวกับการเกาะถนนในการเดินทางครั้งนี้ทำให้ทุกอย่างในร่างกายยังคงเป็นปกติอยู่

ด้านการออกแบบดีไซน์เข้มคมใหญ่ดุ พร้อมล้อแม็ก 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 และกล้องมองหลังติดตั้งที่โลโก้ฟอร์ดบนฝากระบะท้าย มิติตัวถัง 5,359x1,850x1,815 มิลลิเมตร (ยาวxกว้างxสูง) ฐานล้อ 3,220 มิลลิเมตร

ขณะที่ภายในมีความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศของรุ่น 3.2 ที่เป็นแบบดิจิทัล ด้านข้างของคอนโซลกลางเพิ่มสวิตช์เปิดปิดระบบช่วยการทรงตัว ระบบบล็อกเฟืองท้าย Real Locking Differential และระบบช่วยขับลงเนิน ข้างคอนโซลเกียร์มีสวิตช์หมุนเลือกระบบขับเคลื่อน 2H 4H และ 4L รวมทั้ง เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับสูงต่ำได้ แปลกใจตรงก้านบนคอพวงมาลัยที่กลับไปเป็นแบบยุโรป ฝั่งซ้ายควบคุมไฟเลี้ยวและไฟหน้า ฝั่งขวาควบคุมที่ปัดน้ำฝน ชอบใจเป็นพิเศษกับระบบกล้องมองหลังมุมกว้าง ถ่ายทอดภาพมาบนกระจกส่องหลัง มีเส้นกราฟฟิกกะระยะพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะ แถมด้วยภาพกราฟิกบนจอที่คอนโซลกลางอีกด้วย ได้ประโยชน์มากกับรถคันสูงใหญ่ที่มีจุดบอดด้านหลังค่อนข้างมาก ซึ่งราคาค่าตัวคันนี้อยู่ที่ 1.099 ล้านบาท

การเดินทางครั้งนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่ทำให้รับรู้ถึงสมรรถนะความแข็งแกร่งผ่านการใช้งานจริงของผู้ร่วมการเดินทางจริงที่เป็นผู้ใช้จริง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ