posttoday
ผู้เลี้ยงไก่ร้อง คสช. ขอช่วยทวงหนี้สหฟาร์ม

ผู้เลี้ยงไก่ร้อง คสช. ขอช่วยทวงหนี้สหฟาร์ม

08 กรกฎาคม 2557

ปรับโครงสร้างหนี้สหฟาร์มไม่จบง่าย เจ้าหนี้การค้ารายย่อย รวมตัวร้องคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ (สคช.)

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ปรับโครงสร้างหนี้สหฟาร์มไม่จบง่าย เจ้าหนี้การค้ารายย่อย รวมตัวร้องคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ (สคช.) ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ เพราะได้รับความเดือดร้อน ขาดเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ เนื่องจากสหฟาร์มไม่ยอมชำระหนี้

ทั้งนี้ เจ้าหนี้รายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อในระบบพันธสัญญา (คปกพ.) ของสหฟาร์ม เป็นเจ้าหนี้การค้า 497 ราย มูลหนี้กว่า 360 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้กลุ่มนี้เคยรวมตัวไปคัดค้านที่ศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่สวนคดีที่บริษัท สหฟาร์ม เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา จนศาลต้องเลื่อนการพิจารณาเป็นวันที่ 16 มิ.ย.

ในการรับคำร้องครั้งที่ 2 นี้ เจ้าหนี้รายย่อยไม่คัดค้านแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว เพราะเกรงว่าจะได้รับชำระหนี้ช้า เนื่องจากเข้าใจว่า หากผ่านแผนฟื้นฟูกิจการ ทางธนาคารกรุงไทยจะให้เงินกู้เป็นทุนหมุนเวียนแก่สหฟาร์ม 2,700 ล้านบาท

ในแผนฟื้นฟูกิจการสหฟาร์มให้ บริษัท เอินส์ท แอนด์ ยัง เข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟู ซึ่ง วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเห็นด้วยที่จะให้บริษัท เอินส์ท แอนด์ ยัง เข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูสหฟาร์ม

ส่วนการพิจารณาเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ของสหฟาร์ม เราดูแล้วเชื่อว่าเขามีความรู้เรื่องธุรกิจไก่มาก แต่มีปัญหาที่วินัยการใช้เงิน ดังนั้นเราก็แนะนำให้ยื่นศาลเพื่อนำไปสู่กระบวนการกำหนดแผน โดยแนวทางนี้ธนาคารเจ้าหนี้รายอื่นก็เห็นด้วย

อย่างไรก็ดี แม้เจ้าหนี้รายใหญ่อย่างธนาคารกรุงไทยจะอนุมัติเงินกู้ให้สหฟาร์มไปแล้ว จำนวน 600 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่สินเชื่อก้อนใหม่ 2,700 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ทางสหฟาร์มระบุว่าต้องการสภาพคล่องต้องการเงินประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท เพื่อที่จะจ่ายให้กับเจ้าหนี้รายย่อยและมีเงินทุนใช้ผลิตไก่เพิ่ม

การร้องขอดังกล่าวทางเจ้าหนี้โดยเฉพาะที่เป็นธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ต่างปฏิเสธที่จะให้กู้เพิ่ม เพราะไม่มีความสามารถพอจะปล่อยกู้เพิ่มให้ได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ดี หลังจากศาลล้มละลายกลางให้สหฟาร์มปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว ทางเจ้าหนี้รายย่อยที่ขายไก่ให้สหฟาร์ม 497 คน ใน 18 จังหวัด ได้แก่ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร ชัยนาท ลพบุรี ปราจีนบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ มหาสารคาม บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น เริ่มไม่แน่ใจว่าจะได้เงินคืนเร็ว เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับชำระหนี้

นอกจากนี้ ยังเกิดความสงสัยว่า ธนาคารกรุงไทยให้เงินกู้เพิ่มก็ยังไม่พอใช้หนี้ หลังทำแผนฟื้นฟูเจ้าหนี้แต่ละรายอาจได้เงินชำระหนี้เพียงแค่ 5% จากมูลหนี้ทั้งหมด และสงสัยว่าจะมีคนจากตระกูลโชติเทวัญ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะอยู่ในบอร์ดฟื้นฟูกิจการด้วย ซึ่งทางเจ้าหนี้รายย่อยรู้สึกไม่สบายใจ

ดังนั้น เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหนี้รายย่อยทั้งหมดจึงได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือกับ คสช. โดยหวังว่า คสช.จะช่วยประสานงานกับธนาคารกรุงไทย พิจารณาเพิ่มวงเงินกู้และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การพิจารณาให้เงินกู้ ก็จะต้องดูเป็นขั้นตอน เป็นการทยอยให้สินเชื่อตามความจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นความเสี่ยงของธนาคาร หากปล่อยกู้ไปแล้วเป็นหนี้เสียอีก

“ต้องให้ เอินส์ท แอนด์ ยัง บริหารแผนฟื้นฟูไปสักพัก ก็จะเห็นว่าธุรกิจไปไหวหรือไม่ เพราะปีนี้การส่งออกก็ไม่ค่อยดี การให้เงินกู้ต้องดูความเสี่ยงและต้องรอบคอบด้วย ถ้าธนาคารไม่เห็นศักยภาพของลูกค้า คงไม่ยินยอมให้เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ ฟ้องล้มละลายและยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ แต่ธนาคารต้องการให้ลูกค้าไปรอดจึงพยายามที่จะต่อลมหายใจให้ธุรกิจ ซึ่งเจ้าหนี้รายย่อยก็ต้องใจเย็นและรอคอยด้วยเช่นกัน” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ