posttoday
เปลี่ยนโลกได้ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์

เปลี่ยนโลกได้ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์

07 กรกฎาคม 2557

หนึ่งในงานประจำวันของคนทั้งโลกที่ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานประจำอย่างเราๆท่านๆ หรือนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่จะต้องทำรายงานส่งการบ้านกับครูหรืออาจารย์นั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการพิมพ์ ซึ่งคงจะไม่มีใครปฎิเสธว่าการพิมพ์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเราตั้งแต่เด็กจนโตซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็ได้ช่วยให้การทำงานของเราสะดวกรวดเร็วและมีความเที่ยงตรง ลดความผิดพลาดในการทำงานได้มากขึ้นกว่าสมัยเดิมๆที่เราใช้มือในการเขียนหรือพิมพ์ดีดในการพิมพ์งานต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ไปกับการปริ้นภาพถ่ายเพื่อเก็บความทรงจำ แต่ใครจะรู้ว่าเราสามารถทำการเปลี่ยนโลกใบนี้ให้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงได้ด้วยการพิมพ์

หนึ่งในงานประจำวันของคนทั้งโลกที่ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานประจำอย่างเราๆท่านๆ หรือนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่จะต้องทำรายงานส่งการบ้านกับครูหรืออาจารย์นั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการพิมพ์ ซึ่งคงจะไม่มีใครปฎิเสธว่าการพิมพ์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเราตั้งแต่เด็กจนโตซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็ได้ช่วยให้การทำงานของเราสะดวกรวดเร็วและมีความเที่ยงตรง ลดความผิดพลาดในการทำงานได้มากขึ้นกว่าสมัยเดิมๆที่เราใช้มือในการเขียนหรือพิมพ์ดีดในการพิมพ์งานต่างๆ หรือแม้กระทั่งการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ไปกับการปริ้นภาพถ่ายเพื่อเก็บความทรงจำ แต่ใครจะรู้ว่าเราสามารถทำการเปลี่ยนโลกใบนี้ให้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงได้ด้วยการพิมพ์

ด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบัน หนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากคือเทคโนโลยีของการพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เริ่มมีการพูดถึงกันอย่างมากคือ 3D Printing

3D Printing คืออะไร

วิวัฒนาการที่มีการพูดถึงกันมากช่วงนี้คือ 3D Printing หรือการพิมพ์ภาพ รูป หรือต้นแบบที่เราออกแบบไว้ ให้ออกมาเป็น 3 มิติ สามารถจับต้องได้ และมีมิติที่ถูกต้องจริง เช่น การสร้างโมเดล หรือขึ้นรูปชิ้นงาน เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีมากว่า 2030 ปีที่แล้ว ในวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์ หรือแม้แต่วงการอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ธุรกิจการบิน ก็ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปขึ้นรูปปีกเครื่องบิน และชิ้นส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมการบินที่ผ่านมา อีกทั้งยังรวมไปถึงวงการอาหารในโลกนี้ก็มีโรงแรมหลายๆ ที่ หรือแม้แต่กระทั่งโรงงานหลายๆ โรงงานก็ได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการสร้างผลงาน (อาหาร) ด้วยเช่นดียวกัน

แต่เรื่องที่สามารถสร้างความฮือฮาให้กับโลกอย่างมาก คือได้มีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ดังที่กล่าวนี้ ไปสู่ผู้ใช้งานทั่วไปตามบ้าน ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปลงทุนอะไรมากนักในปัจจุบัน

เปลี่ยนโลกด้วยเทคโนโลยี 3D Printing

บทบาทที่ชัดเจนอย่างมากของ 3D Printing อีกส่วนหนึ่งคือ ผู้ออกแบบสามารถสร้างความซับซ้อนที่ระบบอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม หรือการออกแบบทางวิศวกรรม เช่น การออกแบบที่มีความซับซ้อนมากขึ้นของโครงสร้างที่มาพร้อมกับความสวยงามทางสถาปัตยกรรม ซึ่งเรามักจะเห็นการทำต้นแบบที่ซับซ้อนจากคอมพิวเตอร์ได้เท่านั้น!!! และถึงแม้ว่าโปรแกรมการออกแบบทางคอมพิวเตอร์จะสามารถคำนวณความเสี่ยงต่างๆ ในการสร้างผลงานออกมาได้ แต่ไม่สามารถการันตีได้ว่าการออกแบบนั้นจะไม่ผิดพลาด จนกว่าเราจะได้เห็นของจริง ซึ่งหลายๆ ครั้งเราก็มักจะเห็น Mock up หรือตัวต้นแบบที่ออกแบบมาไม่ตรงกับความเป็นจริงเสมอ

นั่นแปลว่าเราแทบจะไม่รู้เลยว่า การออกแบบนั้นมีความผิดพลาดหรือไม่เมื่ออยู่ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ได้จากการคำนวณจากมือมนุษย์หรือโปรแกรมนั่นเอง ซึ่งจากข่าวล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ NASA ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกก็มีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวติดขึ้นไปกับยานอวกาศเพื่อใช้สำหรับในการสร้างชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องมือพิเศษ และวัสดุทดสอบต่างๆ ที่ใช้ในยานอวกาศอีกด้วย อีกตัวอย่างหนึ่งที่ได้มีการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมคงจะเห็นได้จากวงการอาหาร ซึ่งเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพต่างๆ ลงในเค้กในยุคแรกๆ และพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนล่าสุดได้พัฒนาขั้นตอนการผลิตอาหาร โดยใช้เทคโนโลยีนี้ออกแบบอาหารร่วมกับ การใช้งานเครื่องครัวต่างๆ เพื่อผลิตอาหารให้มีหน้าตาสวยเสมือนจริงซึ่งสามารถจะทำได้ทั้ง อาหารที่มีรูปแบบที่แตกต่าง มี สีสันละเอียดมาก และโภชนาการสมบูรณ์ อีกทั้ง NASA ได้มีการนำเอา เทคโนโลยีดังกล่าวขึ้นไปกับยานอวกาศ เพื่อผลิตอาหารให้นักบินอวกาศที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานระยะยาวในอวกาศได้อีกด้วย

ชีวิตสร้างได้ด้วยการพิมพ์

นอกจากวงการอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว หลายเดือนที่ผ่านมา มีการศึกษาทดลองการสังเคราะห์เนื้อเยื่อจากการสร้างเซลล์จำลองในรูปของหยดทรงกลมที่ใช้ระบบการพิมพ์แบบ 3D Printing ซึ่งสามารถตอบสนองต่อแรงกระตุ้นได้อย่างดีด้วยระบบประสาทแบบสังเคราะห์ ซึ่งการทดสอบนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี อีกทั้งเครื่องพิมพ์ 3D Printing ที่ดูเหมือนจะเป็นของเล่นสำหรับคนรวยนั้น จะสามารถพัฒนามาจนกระทั่งสามารถสั่งพิมพ์สิ่งมีชีวิตได้เลย และนอกเหนือการสร้างระบบประสาทสังเคราะห์แล้ว เรายังคงเห็นการแพทย์อีกหลากหลายแขนงสร้างสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ ที่ได้จาการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้ ซึ่งต่อไปจากวันนี้งานวิจัยหรือการทดสอบใดๆก็แล้วแต่ที่มีความซับซ้อนทางกายภาพและชีวภาพ ก็สามารถจะสร้างขึ้นได้ด้วยการใช้ 3D Printing ดังตัวอย่างข่าวที่ดังอยู่ระยะหนึ่ง ที่มีความพยายามสร้างใบหูเทียมที่มีโครงสร้างของหูชั้นในแบบครบถ้วนได้โดยอาศัย 3D Printing ในการขึ้นรุปเนื้อเยื้อหุ้มกระดูกอ่อนและสามารถนำไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยได้ต่อไป หรือการใช้วัสดุโพลิเมอร์ ขึ้นรูปกระเพาะปัสสาวะในเด็ก และการใช้ Cell ของผู้ป่วยในการสร้างและซ่อมแซมไต หรือ การสร้างกระดูกเทียม และหลอดเลือดเทียมเป็นต้น

3D Printing คงจะไม่ใช่การพิมพ์ภาพหรือการพรินต์กระดาษรายงานกันอีกต่อไป จากวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นอนาคตของทุกๆ อุตสาหกรรม และทุกๆ สายอาชีพแน่นอน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง ประเทศ และโลกอย่างไร ในอนาคตอาจเห็นอุตสาหกรรม 3D Printing เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดซึ่งไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะเห็นวิศวะกรตัวจิ๋วสร้างเครื่องบินได้ตั้งแต่เด็กๆ หรืออุตสหกรรมใหม่ๆที่เป็นผลผลิตจาก 3D Printing เพิ่มขึ้นมาเป็นดอกเห็ดก็เป็นไปได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69