posttoday
เบรก3แบงก์รัฐขายเอ็นพีแอลคลังผวาเพิ่มทุน

เบรก3แบงก์รัฐขายเอ็นพีแอลคลังผวาเพิ่มทุน

07 กรกฎาคม 2557

คลังกลัวควักเงินเพิ่มทุน สั่งเบรก 3 แบงก์รัฐขายหนี้เน่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท

คลังกลัวควักเงินเพิ่มทุน สั่งเบรก 3 แบงก์รัฐขายหนี้เน่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แจ้งนโยบายสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ให้พิจารณาเรื่องการขายหนี้ที่ไม่ก่อเกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อย่างมีเหตุผล และหากต้องการขายหนี้เสียควรขายหากเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรงกะทันหัน ไม่ใช่ต้องการขายหนี้เสียออกไปเพราะบริหารผิดพลาดเองและต้องคำนึงถึงหลักศาสนาด้วย

สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับนโยบาย ควรจะให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะรัฐมนตรีและมี รมว.คลัง พิจารณาเสียก่อน เนื่องจากบางธนาคารเมื่อขายหนี้เสียแล้วอาจทำให้กระทรวงการคลังต้องใส่เงินเพิ่มทุนให้อีก

ทั้งนี้ ตามแผนงานในปีนี้กระทรวงการคลังต้องเพิ่มทุนให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) 2,000 ล้านบาท และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ต้องเพิ่มทุนอีก 5,138 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นเพิ่มทุนที่มาจากกระทรวงการคลัง 2,500 ล้านบาท

ขณะที่แบงก์รัฐที่เตรียมแผนขายหนี้เสียในปีนี้มี 3 แห่ง ได้แก่ เอสเอ็มอีแบงก์ มีแผนขายหนี้เสีย 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้เสียตั้งแต่ที่เป็นบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บอย.) ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) ส่วนไอแบงก์มีแผนขายหนี้เสียก้อนใหญ่ราว 1 หมื่นล้านบาท ให้ บสส.เช่นกัน ทั้งสองแห่งนี้ได้เจรจากับ บสส. แล้ว

ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เตรียมแผนขายหนี้เสีย 8,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ หรือ บสก. จากปีก่อนตั้งเป้าขายหนี้เสีย 1 หมื่นล้านบาท แต่ขายได้จริงเพียง 5,000 ล้านบาท

“ของ ธอส.ให้ชะลอไปก่อน เพราะเป็นลูกหนี้กู้ซื้อบ้านถือเป็นลูกหนี้ดีหลักประกันคุ้ม ส่วนของไอแบงก์ก็ต้องดูเรื่องหลักศาสนาว่าจะกระทบกับลูกหนี้กลุ่มนี้หรือไม่ ของเอสเอ็มอีแบงก์เป็นหนี้เก่าตั้งแต่ บอย. หากขายได้ก็ดี แต่ต้องดูว่าเมื่อขายแล้วจะต้องขาดทุนเท่าไร เพราะเรื่องนี้จะนำไปสู่การเพิ่มทุนรอบใหม่อีก” แหล่งข่าวเปิดเผย

สำหรับภาพรวมยอดหนี้เสียของแบงก์รัฐทั้งระบบในไตรมาสแรกปี 2557 อยู่ที่กว่า 2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 5.3% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งระบบที่กว่า 3.77 ล้านล้านบาทแยกเป็นหนี้เสียของธนาคารออมสิน 2.59 หมื่นล้านบาท , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. ) 4.2 หมื่นล้านบาท , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) 4.6 หมื่นล้านบาท , ไอแบงก์ 3.2 หมื่นล้านบาท เอสเอ็มอีแบงก์ 3.4 หมื่นล้านบาท และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ 3,340 ล้านบาท

ขณะที่แบงก์รัฐที่เตรียมแผนขายหนี้เสียในปีนี้มี 3 แห่งได้แก่ เอสเอ็มอีแบงก์ มีแผนขายหนี้เสีย 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้เสียตั้งแต่ที่เป็นบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ( บอย. ) ให้กับ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ( บสส.

) หรือ SAM ส่วนไอแบงก์ มีแผนขายหนี้เสียก้อนใหญ่ราว 1 หมื่นล้านบาทให้ บสส. เช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ได้มีการเจรจากับ บสส. มาระยะหนึ่งแล้ว ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส.) เตรียมแผนขายหนี้เสีย 8,000 ล้านบาทให้กับ

บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ หรือ บสก. จากปีก่อนตั้งเป้าขายหนี้เสีย 1 หมื่นล้านบาท แต่ขายได้จริงเพียง 5,000 ล้านบาท

" ของ ธอส. บอกให้ชะลอไปก่อนเพราะเป็นลูกกู้ซื้อบ้านถือเป็นลูกหนี้ดีหลักประกันคุ้มซึ่งไม่ควรจะเร่งขาย ส่วนของไอแบงก์ก็ต้องดูเรื่องหลักศาสนาด้วยว่าจะกระทบกับลูกหนี้กลุ่มนี้หรือไม่ แต่ของเอสเอ็มอีแบงก์ เป็นหนี้เก่าตั้งแต่ บอย. หากขายได้ก็ดี แต่ต้องดูว่าเมื่อขายแล้วจะต้องขาดทุนเท่าไร เพราะเรื่องนี้จะนำไปสู่การเพิ่มทุนรอบใหม่อีก " แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์หนี้เสียของแบงก์รัฐในปัจจุบันที่ระดับ 2 แสนล้านบาท ถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสสุดท้ายปี 2556 แต่มีจุดที่น่าสนใจคือยอดสินเชื่อค้างชาระเกินกว่า 1 เดือนถึง 3 เดือน ( SM ) ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นโดยในไตรมาสแรกปี 2557 อยู่ที่กว่า 9.66 หมื่นล้านบาทเพิ่มจากไตรมาสสุดท้ายปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 8.63 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้พบว่าคุณภาพของสินเชื่ออุปโภคบริโภคทรงตัว ขณะที่คุณภาพของสินเชื่อธุรกิจดีขึ้น คุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัยเริ่มเห็นสัญญาหนี้เสียเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่คุณภาพสินเชื่อส่วนบุคคลลดลง และมียอดหนี้เสียในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 2.1 % แยกเป็นหนี้เสียของธนาคารออมสิน 2.59 หมื่นล้านบาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 4.2 หมื่นล้านบาท ธอส. 4.6 หมื่นล้านบาท ไอแบงก์ 3.2 หมื่นล้านบาท เอสเอ็มอีแบงก์ 3.4 หมื่นล้านบาท และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) 3,340 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนหนี้เสียทั้งหมดมีจุดที่น่าสนใจคือ ยอดสินเชื่อค้างชำระเกิน 13 เดือนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็น 9.66 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสสุดท้ายปี 2556 อยู่ที่ 8.63 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ