posttoday
ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่ม แต่ภาระหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่

ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่ม แต่ภาระหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่

07 กรกฎาคม 2557

จากข่าวสารการแถลงของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 2557 มาอยู่ที่ระดับ 75.1 เป็นตัวเลขการปรับตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา ด้านเหตุปัจจัยก็มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุม (ไม่ใช่ยึดนะครับ) อำนาจการบริหารประเทศส่งผลให้เหล่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองดีขึ้น ประกอบกับการอนุมัติจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าวแก่ชาวนากว่า 9.2 หมื่นล้านบาท ได้ครบถ้วนแล้วทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ บ้านเมืองมีความสงบ ไม่มีการประท้วงปิดกั้นถนน ไม่มีการก่อเหตุวางระเบิด ฝ่ายความมั่นคงทำงานอย่างเข้มข้น ที่สำคัญวิวาทะที่สร้างความเกลียดชังจากทุกฝ่ายมีการยุติลง ท้ายสุดคือ การขอความร่วมมือให้เอกชนที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายช่วยกันตรึงราคาสินค้า เป็นต้น

จากข่าวสารการแถลงของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 2557 มาอยู่ที่ระดับ 75.1 เป็นตัวเลขการปรับตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา ด้านเหตุปัจจัยก็มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุม (ไม่ใช่ยึดนะครับ) อำนาจการบริหารประเทศส่งผลให้เหล่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองดีขึ้น ประกอบกับการอนุมัติจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าวแก่ชาวนากว่า 9.2 หมื่นล้านบาท ได้ครบถ้วนแล้วทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ บ้านเมืองมีความสงบ ไม่มีการประท้วงปิดกั้นถนน ไม่มีการก่อเหตุวางระเบิด ฝ่ายความมั่นคงทำงานอย่างเข้มข้น ที่สำคัญวิวาทะที่สร้างความเกลียดชังจากทุกฝ่ายมีการยุติลง ท้ายสุดคือ การขอความร่วมมือให้เอกชนที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายช่วยกันตรึงราคาสินค้า เป็นต้น

ที่น่าสนใจคือจากการให้ข้อมูล ระบุว่า ช่วงที่สำรวจมา 16 ปี กลับพบว่าการปรับเพิ่มของตัวเลขดัชนีครั้งนี้ไม่เคยเจอมาก่อน เพราะเพียงแค่ 2 เดือน ตัวเลขปรับเพิ่มแรงมาก 78 จุด จากตัวเลขดัชนีค่อยๆ ปรับเพิ่ม โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตเพิ่มจาก 2 เดือนก่อนถึง 10 จุด ตัวเลขการหางานในอนาคตเพิ่ม 8 จุด ตัวเลขรายได้ในอนาคตเพิ่ม 9 จุด ที่เห็นได้ชัดเจนมากคือ ดัชนีความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่ปรับในทางที่ดีขึ้นถึง 10 จุด และแนวโน้มในอนาคตปรับตัวขึ้นมาก เพราะผู้บริโภคมองว่าการเมืองมีเสถียรภาพเร็ว หลัง คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้คนกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองหลวงและปริมณฑลความเชื่อมั่นปรับขึ้นเร็วและแรงมาก

หากแต่ในอีกด้านหนึ่งเราก็ต้องระมัดระวังเรื่องหนี้ครัวเรือน เพราะตอนนี้ตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 9.8 ล้านล้านบาท การจับจ่ายใช้สอยที่มาจากฐานของรายได้ที่มั่นคงมาจากเงินออมที่เก็บไว้ ย่อมดีกว่ามาจากการก่อหนี้เพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย และหากว่าการก่อหนี้ไม่ได้ทำให้มีรายได้ หรือทำให้มีความมั่นคงในชีวิตครอบครัวมากขึ้น มันก็จะเป็นเพียงการก่อหนี้จากฐานของกิเลส จากฐานของความอยากได้ ใคร่มีแบบคนอื่นเขา ทั้งที่ตัวเรารายได้ไม่ถึงนั่นเอง ตัวเลขจากสภาพัฒน์ ระบุว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้ประมาณ 2.5 หมื่นบาท/เดือน มีค่าใช้จ่าย 1.9 หมื่นบาท/เดือน มีเงินเหลือประมาณ 6,000 บาท/เดือน ถ้าไม่เอาไปออมก็เอาไปชำระหนี้ ครัวเรือนไทยมีหนี้ประมาณ 1.6 แสนบาท ถ้าต้องผ่อนด้วยเงินที่เหลือในแต่ละเดือนก็ต้องใช้เวลา 12 ปี ยกเว้นจะมีการขายทรัพย์สินหรือถูกหวยแล้วเอาเงินจำนวนนั้นมาจ่ายคืนหนี้ก่อนกำหนด

คำถามจึงมีอยู่ว่าเศรษฐกิจที่เริ่มมองเห็นความสดใส แต่ในเรื่องการใช้จ่ายต้องระวังให้มากคำตอบจึงอยู่ที่การออมครับ อดทน อดออม ไม่ใช้สิ่งที่ไม่จำเป็นในวันนี้ เก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็นในวันข้างหน้า...อย่าผลัดวันออมอีกเลยครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ