posttoday
ภาพลวงตา ลวงให้ลงทุน

ภาพลวงตา ลวงให้ลงทุน

06 กรกฎาคม 2557

มันเจ็บปวดที่สุดเมื่อรู้ว่า เราถูก “ภาพลวงตา” ของนักการตลาดทางการเงินล่อลวงให้ตัดสินใจลงทุน

มันเจ็บปวดที่สุดเมื่อรู้ว่า เราถูก “ภาพลวงตา” ของนักการตลาดทางการเงินล่อลวงให้ตัดสินใจลงทุน

ดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยคนที่มาเปิดแผลและราดทิงเจอร์ไอโอดีนลงไปบนแผลให้แสบๆ คันๆ แต่หวังว่าจะทำให้นักลงทุนอย่างเราๆ ฉุกคิดสักนิดก่อนจะตัดสินใจเลือกลงทุน

กรอบความคิด...ผิด?

ดวงมน บอกว่า การสร้างกรอบความคิด (Framing) เป็นหนึ่งในข้อจำกัดตามธรรมชาติของคนเรา ตามทฤษฎีการเงินเชิงพฤติกรรมที่พยายามจะอธิบายว่า ทำไมนักลงทุนถึงได้ไม่เลือกลงทุนสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

น่าแปลกที่นักการตลาดรู้ข้อจำกัดข้อนี้ของเราดีกว่าตัวเราเองเสียอีก ทำให้เขาสามารถล่อลวงพวกเราไปในทิศทางที่พวกเขาตั้งใจเอาไว้ โดยที่เราแทบจะไม่รู้ตัว

และหนึ่งในกรอบความคิดที่กลายเป็น “ภาพลวงตา” ให้เรามักจะมองข้ามสิ่งที่ดีที่สุดและถูกหลอกได้ง่าย คือ ชอบอะไรแบบ “กลางๆ” ไม่ต้องดีที่สุดก็ได้ ขอแค่อย่าแย่ที่สุดก็พอ

“เวลาที่มีอะไรมาเรียงกัน คนเรามีแนวโน้มที่จะเลือกสิ่งที่อยู่ตรงกลาง เพราะรู้สึกว่าตรงกลางไม่ได้โง่ไม่ได้ฉลาด เพราะไม่ฉลาดที่สุดไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็สบายใจว่า ไม่ได้โง่ที่สุด” ดวงมน กล่าว

พร้อมกับยกตัวอย่างการวิจัยการขายนิตยสารออนไลน์ของ Economist.com ในต่างประเทศที่นักการตลาดล่อลวงให้เราหลงติดกับดักแบบนี้ได้แบบเต็มใจ

โฆษณาชิ้นนี้จะมี 2 กรณี ที่มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันแค่นิดเดียว แต่สร้างผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างมหาศาล

ชิ้นแรกมีให้ลูกค้าเลือก 2 แบบ ระหว่าง

1.สมัครสมาชิกแบบออนไลน์ได้อ่านนิตยสารตลอดปี ค่าสมัคร 59 เหรียญสหรัฐ

2.สมัครสมาชิกแบบออนไลน์แถมนิตยสารเป็นเล่มๆ ให้อ่านตลอดปี ค่าสมัคร 125 เหรียญสหรัฐ

เราเลือกแบบที่ 1 หรือ 2

ถ้าเลือกแบบที่ 1 ก็แปลว่า เราอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ เพราะคน 68% ตอบข้อ 1 เหมือนกัน และไม่เห็นจะแปลก ก็เพราะค่าสมัครถูกกว่ากันกว่าครึ่ง

แต่ถ้านักการตลาดเขาอยากจะขายทั้งสมาชิก ออนไลน์และนิตยสารเป็นเล่มให้ได้ในราคา 125 เหรียญสหรัฐ แบบที่เราเต็มใจจ่าย เขาก็จะเลือกหยิบโฆษณาชิ้นที่ 2 มาให้เราตัดสินใจ

ชิ้นที่ 2 มีให้เลือก 3 แบบ ระหว่าง

1.สมัครสมาชิกแบบออนไลน์ได้อ่านนิตยสารตลอดปี ค่าสมัคร 59 เหรียญสหรัฐ

2.สมัครสมาชิกเฉพาะนิตยสารเป็นเล่ม 1 ปี ค่าสมัคร 125 เหรียญสหรัฐ

3.สมัครสมาชิกแบบออนไลน์แถมนิตยสารเป็นเล่มๆ ให้อ่านตลอดปี ค่าสมัคร 125 เหรียญสหรัฐ

ถ้าเป็นแบบนี้เราเลือกแบบไหน

คราวนี้คนส่วนใหญ่ (84%) เทใจมาเลือกแบบที่ 3 คุ้มจะตาย! อ่านได้ทั้งออนไลน์และได้นิตยสารมาเก็บไว้อ่านเล่นอีกด้วย ประหยัดกว่าสมัครแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

ทั้งๆ ที่เงื่อนไขข้อ 3 เหมือนเงื่อนไขข้อ 2 ของโฆษณาชิ้นแรก (ที่เราไม่เลือก) เป๊ะ! นั่นเพราะเราถูกกำลังถูกลวงด้วยเงื่อนไขที่เราปฏิเสธได้ยาก

ตัวเลขลวงตา

โฆษณาด้านการลงทุนก็ใช้กลยุทธ์เลือกอะไรกลางๆ มาล่อลวงให้เราหลงทางได้เหมือนกัน

ลองดูที่กราฟฟิกแรก มีกองทุนอยู่ 4 กองทุน โดยกองทุน A มีโอกาสที่จะเพิ่มจาก 1 หมื่นบาทไปเป็น 1.12 หมื่นบาท แต่ก็มีโอกาสที่จะลดลงไปเหลือ 9,600 บาทได้เช่นเดียวกัน และกองทุน B, C และ D มีโอกาสกำไรและขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ

ผลการศึกษาพบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ (33%) เลือกลงทุนกับกองทุน C แม้ว่ากำไรจะไม่สูงเท่ากับกองทุน D แต่ก็ไม่ต้องขาดทุนหนักขนาดกองทุน D ด้วย

แต่ถ้านักการตลาดทางการเงินอยากให้นักลงทุนลองหันไปมองกองทุน A กับ B ดูบ้าง เขาก็แค่ลบกองทุน D ออกไป และเพิ่มกองทุน A เข้ามาแทน โดยกองทุน A ไม่มีโอกาสขาดทุนเลยแม้ว่าจะมีกำไรนิดๆ หน่อยๆ

ทีนี้มาดูที่กองทุน C จากที่เคยมีนักลงทุนเลือกซื้อ 33% ก็ลดฮวบฮาบลงไปเหลือ 18% เพราะส่วนใหญ่ไปเลือกลงทุนกับกองทุน A กับ B แทน ด้วยเหตุผลเดิมคือ ไม่ดีที่สุดไม่เป็นไร แค่ไม่แย่ที่สุดก็พอใจแล้ว

เพราะฉะนั้น วิธีการล่อลวงแบบนี้ก็เพียงแค่เพิ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ (หรือสูง) กว่าเข้ามาให้เราเลือก แค่นี้เราก็ติดกับดักไปเสียแล้ว

อีกกลยุทธ์ที่มักจะทำให้เราไขว้เขวได้ง่าย คือ เปลี่ยนวิธีการแสดงกำไรขาดทุนจากจำนวนเงิน เป็นการแสดงในรูปของเปอร์เซ็นต์แบบในกราฟฟิกที่ 2

รูปด้านบนของกราฟฟิกที่ 2 แสดงผลกำไรของกองทุนในรูปจำนวนเงิน จะมีนักลงทุนเลือกกองทุน C มากที่สุด 32% แต่เมื่อเปลี่ยนมาแสดงผลกำไรในรูปของเปอร์เซ็นต์ นักลงทุนกลุ่มเดิมสนใจกองทุน C เหลือเพียง 18%

เช่นเดียวกับกราฟฟิกที่ 3 ที่เปลี่ยนมาแสดงยอดกำไรขาดทุนในรูปของผลต่าง ก็ทำให้นักลงทุนเปลี่ยนใจจากกองทุน C หันไปหากองทุน B มากถึง 51% จากเดิมที่นักลงทุนเลือกลงทุนกองทุนนี้ 30%

“การเลือกของนักลงทุนเปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วคือตัวเลขเดียวกัน เป็นเพราะเราให้คุณค่าของจำนวนเงินเป็นบาท เป็นเปอร์เซ็นต์ และเป็นส่วนต่างกัน” ดวงมน กล่าว

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การลงทุนครั้งต่อไปอย่าปล่อยให้ “ภาพลวงตา” มาลวงให้เราลงทุนในกองทุน (หรือการลงทุนอื่นๆ) ที่ไม่เหมาะกับตัวเรา เพราะบางทีสิ่งที่เราคิดว่า “กลางๆ” อาจจะไม่ได้อยู่กลางๆ อย่างที่เราคิดเสมอไป

ข่าวล่าสุด

ธ.ก.ส.ผนึก กรมส่งเสริมเกษตร เชื่อมข้อมูล 4.3 ล้านราย ดันเกษตรไทยสู่ดิจิทัล

ธ.ก.ส.ผนึก กรมส่งเสริมเกษตร เชื่อมข้อมูล 4.3 ล้านราย ดันเกษตรไทยสู่ดิจิทัล