posttoday
ทีดีอาร์ไอแนะปล่อยราคาก๊าซตามกลไกตลาดลดผูกขาด

ทีดีอาร์ไอแนะปล่อยราคาก๊าซตามกลไกตลาดลดผูกขาด

04 กรกฎาคม 2557

“อัมมาร” จวกน้ำมันถูกใช้เป็นสินค้าการเมือง และใช้กองทุนน้ำมันเพื่อตอบสนองการเมืองจนมั่วไปหมด

“อัมมาร” จวกน้ำมันถูกใช้เป็นสินค้าการเมือง และใช้กองทุนน้ำมันเพื่อตอบสนองการเมืองจนมั่วไปหมด

นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวภายในงานแถลงข่าวเรื่อง “การปฎิรูปพลังงานไทย :มุมมองจากทีดีอาร์ไอ” ว่า ปัญหาธุรกิจพลังงานไทยหลักๆ อยู่ที่เรื่องของการบิดเบือนราคาและการผูกขาดธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ดังนั้นการปฎิรูปพลังงานของประเทศไทย ควรพิจารณาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) โดยต้องปล่อยให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากปัจจุบันรัฐตรึงราคาไว้ต่ำ ก่อให้เกิดการใช้แอลพีจีและเอ็นจีวีมากขึ้นอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

“การตรึงราคาขายก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีในประเทศไว้ในระดับต่ำนั้น ทำให้ไม่จูงใจในการผลิต แต่ทางกลับกันมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น เพราะมีราคาถูก ทำให้ต้องมีการนำเข้า และระหว่างต้นทุนราคานำเข้ากับราคาก๊าซที่ผลิตได้เองในประเทศก็มีส่วนต่างกันมาก นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดรวมทั้งต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติมากขึ้นต่อเนื่อง” นางเดือนเด่น กล่าว

ดังนั้นจึงอยากเสนอให้มีการปรับราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีให้ใกล้เคียงกับราคานำเข้าในตลาดโลก และเป็นราคาเดียวกันในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการผลิตก๊าซในประเทศ และเก็บส่วนต่างระหว่างต้นทุนกับราคาขายเข้ากองทุนเพื่อใช้ในการอุดหนุนผู้มีรายได้น้อยแทน หรือในเก็บคืนในรูปของภาษีเพื่อให้ภาครัฐนำมาจัดสรรในการเข้าไปใช้ช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้เองจากอ่าวไทยประมาณ 57% ของปริมาณก๊าซทั้งหมด โดยมีต้นทุนราคาก๊าซอยู่ที่ 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าจากพม่า 37% มีต้นทุนอยู่ที่ 14 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าจากต่างประเทศ 6% ต้นทุนอยู่ที่ 18 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ซึ่งเมื่อนำต้นทุนราคาจากทั้ง 3 แหล่งมาเฉลี่ยกัน ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 12 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู

นอกจากนี้ ทีดีอาร์ไอยังมองว่า ปัญหาธุรกิจพลังงานไทยยังมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพเพราะมีการผูดขาดในกิจการพลังงานไทยใน 3 จุดที่เป็นต้นน้ำของกิจการพลังงานไทยคือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ท่อก๊าซธรรมชาติและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติ โดยแนะว่าต้องผลักดันให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ.(เรกูเลเตอร์)ออกประกาศเปิดให้บุคคลที่สามสามารถมาใช้ประโยชน์จากท่อส่งก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติร่วมกับปตท.ได้

รวมทั้งเสนอให้มีการแยกธุรกิจท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติออกจากการเป็นธุรกิจในเครือของบริษัท ปตท.จำกัด เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจในเครือ (บริษัทแม่ลูก) อีกทั้งยังจะช่วยทำให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำให้เกิดมากขึ้น

สำหรับเรื่องการกำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรนั้น มองว่า ไม่เห็นด้วยที่ตรึงราคาพลังงานทุกชนิดไว้ ควรจะต้องมีการปล่อยให้ราคาพลังงานเป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงน่าจะดีที่สุด เพราะในต่างประเทศราคาน้ำมันก็แพงกว่าไทยทั้งนั้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่มีการเก็บภาษีด้านสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

ด้านนายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกรียติคุณ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมีการส่งเสริมให้มีการนำเข้าน้ำมันดิบแล้วส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน เพราะหากทำแบบนี้จะทำให้ประเทศขาดทุนแน่นอน และที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มั่วมาก ทั้งๆที่เดิมการใช้กองทุนน้ำมันแต่ละครั้งจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา และการให้สิทธิอำนาจแก่ฝ่ายบริหารในการใช้จ่ายกองทุนน้ำมันต้องจำกัดวงเงินการใช้จ่ายกองทุนน้ำมันให้แคบที่สุด จะไปใช้ถลุงหรือใช้จ่ายเพื่อแก้ไขเกี่ยวกับนโยบายทางการเมืองไม่ได้ และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ได้บทเรียนว่า กองทุนต่างๆเป็นของโปรดของฝ่ายการเมือง

“ที่ผ่านมาภาษีสรรพสามิตน้ำมันและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อบ้าง ค่าครองชีพบ้าง โดยเฉพาะการเป็นนโยบายจากการฝ่ายการเมืองที่ใช้เพื่อโปรโมทจนผู้ใช้ติดกับ พอเวลาจะต้องปรับขึ้นราคาก็ไม่ได้ ทำให้กลไกตลาดบิดเบือนไปหมด” นายอัมมาร กล่าว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69