
ปูนซีเมนต์ใช้เพิ่มขึ้นครึ่งปีหลัง
ความต้องการปูนซีเมนต์เดือน พ.ค. 2557 ปรากฏว่าทรุดลงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 2.8 ล้านตัน รวมแล้ว 5 เดือนแรกความต้องการปูนซีเมนต์รวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.2% เป็น 14.62 ล้านตัน การเมืองที่ผ่อนคลาย และการลงทุนภาครัฐจะสนับสนุนการใช้ปูนซีเมนต์ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
ความต้องการปูนซีเมนต์เดือน พ.ค. 2557 ปรากฏว่าทรุดลงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 2.8 ล้านตัน รวมแล้ว 5 เดือนแรกความต้องการปูนซีเมนต์รวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.2% เป็น 14.62 ล้านตัน การเมืองที่ผ่อนคลาย และการลงทุนภาครัฐจะสนับสนุนการใช้ปูนซีเมนต์ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่าปี 2557 ความต้องการปูนซีเมนต์จะเติบโต 23% และในปี 25582560 คาดจะเติบโตมากขึ้นเป็น 510% ได้แรงหนุนจากโรดแมปคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความเชื่อมั่น จะยังเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
ปูนซีเมนต์เดือน พ.ค. ติดลบ 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวม 5 เดือนแรก โตเล็กน้อย 0.2% ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. 2557 สำหรับความต้องการปูนซีเมนต์ปรากฏว่าทรุดลงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเหลือ 2.8 ล้านตัน รวมแล้วตัวเลข 5 เดือนแรก มีความต้องการปูนซีเมนต์รวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.2% เป็น 14.62 ล้านตัน
ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากดัชนีการลงทุนภาคเอกชนที่ติดลบต่อเนื่อง โดยตัวเลข 5 เดือนแรก ติดลบ 5.9% ตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย 5 เดือนแรก ติดลบ 7%
ตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างด้านพาณิชย์อุตสาหกรรม 5 เดือนแรก ติดลบ 3% โดยความต้องการปูนซีเมนต์ยังเติบโตได้เล็กน้อย เนื่องจากงานในมือของโครงการต่างๆ ของภาครัฐบาล เอกชน (พาณิชย์+อุตสาหกรรม) และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยยังต่อเนื่อง
การเมืองที่ผ่อนคลายและการลงทุนภาครัฐจะหนุนการใช้ปูนซีเมนต์ฟื้นตัว สถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่อนคลายลง และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง รวมถึงการลงทุนของภาครัฐบาลในปีหน้า คาดจะหนุนให้ความต้องการปูนซีเมนต์มีการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง รวมแล้วในปีนี้คาดความต้องการปูนซีเมนต์จะเติบโตได้ประมาณ 23%
สำหรับแนวโน้มในปี 25582560 ประเมินความต้องการจะเติบโตมากขึ้นเฉลี่ยปีละ 510% โดยจะได้แรงหนุนจากการเติบโตปกติ 35% บวกกับส่วนเพิ่มคือ รัฐบาลใหม่จะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจากโครงการ 2 ล้านล้านบาท ที่มีความจำเป็นและไม่สร้างภาระ
ดังนั้น ถ้าหากตัดรถไฟความเร็วสูงออกก็จะมียอดเงินลงทุนรวมประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยโครงการ 2 ล้านล้านบาท จะช่วยเพิ่มความต้องการปูนซีเมนต์ปีละประมาณ 2 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 56% ต่อปี ตัวเลข 1.2 ล้านล้านบาท เราคาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการปูนซีเมนต์ 23% ต่อปี
ราคาปูนซีเมนต์รักษาระดับได้ ในขณะที่ต้นทุนถ่านหินปรับลดลง : ตัวเลขผลประกอบการธุรกิจปูนซีเมนต์ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ล้วนโดดเด่นอย่างมากในไตรมาสแรกปี 2557 จากราคาขายปูนซีเมนต์ปีนี้ที่ปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ราคาถ่านหิน (สัดส่วนต้นทุน 3035%) ได้ปรับลดลง โดยราคาถ่านหินปัจจุบันยังอ่อนตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาขายปูนซีเมนต์สามารถยืนได้ ทำให้ความสามารถทำกำไรจะยังอยู่ในระดับสูง
บล.เมย์แบงก์ ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่มปูนซีเมนต์มากกว่าตลาด คาดแนวโน้มผลประกอบการจะเติบโต จากการเติบโตของความต้องการปูนซีเมนต์ และการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง จะทำให้ราคาปูนซีเมนต์ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น เราคงคำแนะนำซื้อใน SCC (เป้าหมาย 500 บาท) และ TPIPL (เป้าหมาย 15 บาท) ส่วน SCCC (เป้าหมาย 455 บาท) แนะนำซื้อเก็งกำไร เนื่องจากราคาปัจจุบันใกล้เป้าหมาย แต่ก็มีแนวโน้มจะปรับประมาณการขึ้น







