posttoday
ปูนซีเมนต์ใช้เพิ่มขึ้นครึ่งปีหลัง

ปูนซีเมนต์ใช้เพิ่มขึ้นครึ่งปีหลัง

03 กรกฎาคม 2557

ความต้องการปูนซีเมนต์เดือน พ.ค. 2557 ปรากฏว่าทรุดลงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 2.8 ล้านตัน รวมแล้ว 5 เดือนแรกความต้องการปูนซีเมนต์รวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.2% เป็น 14.62 ล้านตัน การเมืองที่ผ่อนคลาย และการลงทุนภาครัฐจะสนับสนุนการใช้ปูนซีเมนต์ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

ความต้องการปูนซีเมนต์เดือน พ.ค. 2557 ปรากฏว่าทรุดลงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 2.8 ล้านตัน รวมแล้ว 5 เดือนแรกความต้องการปูนซีเมนต์รวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.2% เป็น 14.62 ล้านตัน การเมืองที่ผ่อนคลาย และการลงทุนภาครัฐจะสนับสนุนการใช้ปูนซีเมนต์ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่าปี 2557 ความต้องการปูนซีเมนต์จะเติบโต 23% และในปี 25582560 คาดจะเติบโตมากขึ้นเป็น 510% ได้แรงหนุนจากโรดแมปคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความเชื่อมั่น จะยังเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

ปูนซีเมนต์เดือน พ.ค. ติดลบ 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวม 5 เดือนแรก โตเล็กน้อย 0.2% ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน พ.ค. 2557 สำหรับความต้องการปูนซีเมนต์ปรากฏว่าทรุดลงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเหลือ 2.8 ล้านตัน รวมแล้วตัวเลข 5 เดือนแรก มีความต้องการปูนซีเมนต์รวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.2% เป็น 14.62 ล้านตัน

ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากดัชนีการลงทุนภาคเอกชนที่ติดลบต่อเนื่อง โดยตัวเลข 5 เดือนแรก ติดลบ 5.9% ตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย 5 เดือนแรก ติดลบ 7%

ตัวเลขขออนุญาตก่อสร้างด้านพาณิชย์อุตสาหกรรม 5 เดือนแรก ติดลบ 3% โดยความต้องการปูนซีเมนต์ยังเติบโตได้เล็กน้อย เนื่องจากงานในมือของโครงการต่างๆ ของภาครัฐบาล เอกชน (พาณิชย์+อุตสาหกรรม) และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยยังต่อเนื่อง

การเมืองที่ผ่อนคลายและการลงทุนภาครัฐจะหนุนการใช้ปูนซีเมนต์ฟื้นตัว สถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่อนคลายลง และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง รวมถึงการลงทุนของภาครัฐบาลในปีหน้า คาดจะหนุนให้ความต้องการปูนซีเมนต์มีการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง รวมแล้วในปีนี้คาดความต้องการปูนซีเมนต์จะเติบโตได้ประมาณ 23%

สำหรับแนวโน้มในปี 25582560 ประเมินความต้องการจะเติบโตมากขึ้นเฉลี่ยปีละ 510% โดยจะได้แรงหนุนจากการเติบโตปกติ 35% บวกกับส่วนเพิ่มคือ รัฐบาลใหม่จะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจากโครงการ 2 ล้านล้านบาท ที่มีความจำเป็นและไม่สร้างภาระ

ดังนั้น ถ้าหากตัดรถไฟความเร็วสูงออกก็จะมียอดเงินลงทุนรวมประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยโครงการ 2 ล้านล้านบาท จะช่วยเพิ่มความต้องการปูนซีเมนต์ปีละประมาณ 2 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 56% ต่อปี ตัวเลข 1.2 ล้านล้านบาท เราคาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการปูนซีเมนต์ 23% ต่อปี

ราคาปูนซีเมนต์รักษาระดับได้ ในขณะที่ต้นทุนถ่านหินปรับลดลง : ตัวเลขผลประกอบการธุรกิจปูนซีเมนต์ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ล้วนโดดเด่นอย่างมากในไตรมาสแรกปี 2557 จากราคาขายปูนซีเมนต์ปีนี้ที่ปรับขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ราคาถ่านหิน (สัดส่วนต้นทุน 3035%) ได้ปรับลดลง โดยราคาถ่านหินปัจจุบันยังอ่อนตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาขายปูนซีเมนต์สามารถยืนได้ ทำให้ความสามารถทำกำไรจะยังอยู่ในระดับสูง

บล.เมย์แบงก์ ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่มปูนซีเมนต์มากกว่าตลาด คาดแนวโน้มผลประกอบการจะเติบโต จากการเติบโตของความต้องการปูนซีเมนต์ และการใช้กำลังการผลิตในระดับสูง จะทำให้ราคาปูนซีเมนต์ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น เราคงคำแนะนำซื้อใน SCC (เป้าหมาย 500 บาท) และ TPIPL (เป้าหมาย 15 บาท) ส่วน SCCC (เป้าหมาย 455 บาท) แนะนำซื้อเก็งกำไร เนื่องจากราคาปัจจุบันใกล้เป้าหมาย แต่ก็มีแนวโน้มจะปรับประมาณการขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ