posttoday
ละเมิดอำนาจศาล

ละเมิดอำนาจศาล

03 กรกฎาคม 2557

ปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนหลายคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ศาล โดยเฉพาะศาลยุติธรรม ด้วยถ้อยคำรุนแรงทาง Facebook Line Website Twitter ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้นอกจากนี้ยังมีพวกที่ทำตัวเป็นตีนโรงตีนศาล หาผลประโยชน์ภายในบริเวณศาล เรียกเงินเรียกทอง วิ่งเต้นล้มคดี เขียนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว รวมถึงการประพฤติตน ที่ไม่เหมาะสมอีกหลายเรื่อง เช่น การทะเลาะเบาะแว้งกันในบริเวณศาล นั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องพิจารณา นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องพิจารณา ใช้โทรศัพท์มือถือหรือเล่นไลน์ในห้องพิจารณา การกระทำดังกล่าวที่ทนายคลายทุกข์กล่าวมาข้างต้น มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มีโทษทั้งจำคุก ปรับ และไล่ออกจากศาล ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 30, 31, 32, 33 ที่ผ่านมาเคยมีตัวอย่างที่ถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดอำนาจศาล ดังนี้

ปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนหลายคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ศาล โดยเฉพาะศาลยุติธรรม ด้วยถ้อยคำรุนแรงทาง Facebook Line Website Twitter ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้นอกจากนี้ยังมีพวกที่ทำตัวเป็นตีนโรงตีนศาล หาผลประโยชน์ภายในบริเวณศาล เรียกเงินเรียกทอง วิ่งเต้นล้มคดี เขียนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว รวมถึงการประพฤติตน ที่ไม่เหมาะสมอีกหลายเรื่อง เช่น การทะเลาะเบาะแว้งกันในบริเวณศาล นั่งเล่นโทรศัพท์ในห้องพิจารณา นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องพิจารณา ใช้โทรศัพท์มือถือหรือเล่นไลน์ในห้องพิจารณา การกระทำดังกล่าวที่ทนายคลายทุกข์กล่าวมาข้างต้น มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล มีโทษทั้งจำคุก ปรับ และไล่ออกจากศาล ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 30, 31, 32, 33 ที่ผ่านมาเคยมีตัวอย่างที่ถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดอำนาจศาล ดังนี้

เขียนอุทธรณ์เสียดสีศาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2535

ข้อความตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองและสำเนาคำร้องเรียนถึงบุคคลต่างๆ แนบท้ายฎีกาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฎีกา ระบุข้อความสำคัญอันมีลักษณะเป็นการก้าวร้าวและดูหมิ่นเสียดสีศาลอย่างรุนแรง เมื่อโจทก์ทั้งสองกับ ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นทนายความได้ร่วมกันลงนามเป็น ผู้ฎีกาและผู้เรียง โดยให้ผู้ถูกกล่าวหานำมายื่นต่อศาล ชั้นต้น การกระทำของโจทก์ทั้งสองกับผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31 (1), 33 ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเกิดขึ้นตั้งแต่ขณะผู้ถูกกล่าวหานำฎีกามายื่นต่อศาลชั้นต้น ประกอบกับฎีกามีลักษณะท้าทายอำนาจศาลยุติธรรมอย่างรุนแรงและแจ้งชัด ไม่มีข้อที่น่าสงสัยว่าได้กระทำไปโดยเลินเล่อหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ศาลชั้นต้นลงโทษโดยไม่สั่งให้แก้ไขเสียก่อน จึงเหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7172/2491

ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษา ซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่แก้และยืนยันให้ถือฟ้องอุทธรณ์นั้น ดังนี้ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ได้

ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย

เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล และเมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้ กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31

ขอถอนหลักประกันคืน อ้างเหตุขอคืนเป็นเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2533

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 เดือน โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ขอคัดหมายกักขังจำเลย และเป็นผู้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างอุทธรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาย่อมทราบดีว่าศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในสถานใด การที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอถอนหลักประกันและรับหลักประกันคืนโดยมิได้นำตัวจำเลยส่งมอบต่อศาล และศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษา อ้างว่าศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี โทษจำรอ ผู้ถูกกล่าวหาหมดข้อผูกพันตามสัญญาประกันอันเป็นเท็จ จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลล่างมิได้อ้างบทกฎหมายที่เป็นบทลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ศาลฎีกาย่อมปรับบทเสียให้ถูกต้อง

นายประกันเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1055/2529

ผู้ถูกกล่าวหาวางแผนและดำเนินการเปลี่ยนตัวจำเลยโดยติดต่อว่าจ้าง ว. ให้รับโทษจำคุกแทนจำเลย การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31 (1) (ที่มาส่งเสริมฯ)

สมอ้างเป็นตัวจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46814682/2528

ข้อความตามที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเป็นเรื่องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายและวิธีพิจารณาความรวมหลายประการ จึงเป็นการเพิ่มประเด็นจากที่ฎีกาไว้เดิม การขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 จึงต้องอยู่ในบังคับอายุฎีกาหนึ่งเดือนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 216 ดังนั้นการที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่ 3 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเมื่อล่วงเลยกำหนดอายุฎีกาแล้ว จึงรับไว้เป็นส่วนหนึ่งของฎีกาเดิมไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนต่อมาภายหลังจากที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว เป็นการไต่สวนเพื่อหาความจริงเรื่องละเมิดอำนาจศาลตามอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่ใช่เป็นการสืบพยานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการสืบพยานแทนจำเลยเพื่อหักล้างคำฟ้องของโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกา การรับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิดเป็นเรื่องของผลซึ่งเกิดขึ้นจากการไต่สวนดังกล่าวแล้วนั้นเอง เมื่อข้อเท็จจริงจากการไต่สวนรับฟังได้ว่าจำเลยเข้ามารับสมอ้างว่าเป็นผู้กระทำผิด ย่อมเป็นเหตุให้ผู้กระทำผิดที่แท้จริงไม่ต้องถูกลงโทษ ทำให้กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินไปตามความเที่ยงธรรมได้ การกระทำของจำเลยซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31 (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15

เรียกเงินอ้างว่าจะเอาไปให้ผู้พิพากษาเพื่อให้ช่วยเหลือคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5462/2539

แม้การที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าจะเอาเงินไปให้ผู้พิพากษาจะกระทำนอกบริเวณศาล แต่การอ้างเช่นว่านั้นก็เพื่อเป็นอามิสสินจ้างในการดำเนินคดีในศาล ผลที่เกิดขึ้นจึงมุ่งหมายให้มีผลในการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลย่อมถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล โดยเฉพาะคดีนี้ยังมีการทวงถามเงินดังกล่าวในบริเวณศาลอันเป็นการกระทำต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของการเรียกเงินจากผู้กล่าวหาด้วย จึงเป็นการละเมิดอำนาจศาล

ข่าวล่าสุด

การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา