
ธุรกิจฟาร์มแปลงร่าง(ตอน 1)
หลายปีที่ผ่านมา ฟาร์มโคนมโชคชัยที่กำลังล้มลุกคลุกคลาน ธุรกิจฟาร์มโคนมที่ติดลบกว่าพันล้านบาท ปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจใหม่ แก้เกมธุรกิจด้วยการพลิกการเกษตรธุรกิจหลักของครอบครัว หันมาสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว จนปัจจุบันมีกล่าวถึงว่าไปโคราชแล้วไม่เที่ยวฟาร์มโชคชัยเหมือนขาดอัตลักษณ์ของโคราช คุณโชค บูลกุล เติบโตอย่างแตกต่างบนพื้นฐานของปัญหาธุรกิจและความยากลำบาก จึงทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ผสมกับความรู้ด้านธุรกิจการเกษตรจาก Vermont ทำให้เกิดแนวคิดตัดใจขายธุรกิจนมพร้อมดื่มซึ่งเป็นธุรกิจที่คู่แข่งมากมาย และกำลังจะเป็น Declining Business ของฟาร์มโชคชัย อีกทั้งยังต้องแบกรับต้นทุนกับวัวอย่างมหาศาล เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ธุรกิจขาดทุน
หลายปีที่ผ่านมา ฟาร์มโคนมโชคชัยที่กำลังล้มลุกคลุกคลาน ธุรกิจฟาร์มโคนมที่ติดลบกว่าพันล้านบาท ปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจใหม่ แก้เกมธุรกิจด้วยการพลิกการเกษตรธุรกิจหลักของครอบครัว หันมาสู่ธุรกิจการท่องเที่ยว จนปัจจุบันมีกล่าวถึงว่าไปโคราชแล้วไม่เที่ยวฟาร์มโชคชัยเหมือนขาดอัตลักษณ์ของโคราช คุณโชค บูลกุล เติบโตอย่างแตกต่างบนพื้นฐานของปัญหาธุรกิจและความยากลำบาก จึงทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ผสมกับความรู้ด้านธุรกิจการเกษตรจาก Vermont ทำให้เกิดแนวคิดตัดใจขายธุรกิจนมพร้อมดื่มซึ่งเป็นธุรกิจที่คู่แข่งมากมาย และกำลังจะเป็น Declining Business ของฟาร์มโชคชัย อีกทั้งยังต้องแบกรับต้นทุนกับวัวอย่างมหาศาล เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ธุรกิจขาดทุน
ปัจจุบันกิจการของกลุ่มฟาร์มโชคชัยมีรายได้กว่าปีละ 2,000 ล้านบาท กำไรประมาณ 150 ล้านบาท โดยมีธุรกิจการเกษตร ปศุสัตว์ โรงงานอาหารสัตว์ ธุรกิจผลิตภัณฑ์นมตรามิลค์ ธุรกิจฟาร์มที่มีนักท่องเที่ยวมากถึงปีละ 2.4 แสนคน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าบนเนื้อที่ 100 ไร่ ริมถนนวิภาวดีรังสิตอีกด้วย คุณโชค บูลกุล ได้ใช้ตนเองสร้างภาพลักษณ์องค์กร (CEO Branding) โดยนำตนเองเข้าสู่กิจการเพื่อสังคม การให้ความรู้ในองค์กรการศึกษาแก่ผู้คน จนธุรกิจเติบโตและมั่นคง
จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson ; เจมส์ แฮร์ริสัน วิลสัน ทอมป์สัน) ผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของไหมไทย เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่เป็นปศุสัตว์เกษตรกรรม เป็นที่ทราบกันดีว่าตัวไหมที่ให้เส้นใยผ้าจะต้องผ่านกระบวนการต้มไหม หนอนไหมเมื่อตายแล้วก็สามารถนำมาทอดกินได้ ไม่มีโอกาสกลับไปเป็นผีเสื้อตามวงจรชีวิตของมัน ผ้าไหมจิม ทอมป์สัน มีชื่อเสียงมากรู้จักกันไปทั่วโลก เป็นตราสินค้าที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย
“จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีเจตนารมณ์ที่จะอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทยเชื้อสายลาวซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเริ่มจากเป็นแหล่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้สมาชิกเกษตรกร เพื่อรับซื้อรังสดผลิตเส้นไหมและเป็นพื้นที่ปลูกหม่อนอันเป็นอาหารหลักของหนอนไหม จากนั้นเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้บุคคลทั่วไปที่หลงใหลธรรมชาติได้ชื่นชม
บรรยากาศอันงดงาม และเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร เรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมแปลงพืชผักและดอกไม้สีสวยสดนานาชนิด รวมถึงเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับ และผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ ซึ่งปลูกด้วยความเอาใจใส่จากเหล่าเกษตรกร และสนับสนุนการทำงานกับธรรมชาติ กับวัสดุใน ท้องถิ่น วัสดุรีไซเคิล นำเสนอผลงานศิลปะต่างๆ ที่มุ่งให้ผู้เยี่ยมชมมีความเข้าใจต่อศิลปะ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และระบบนิเวศ เป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ปัจจุบันของจิม ทอมป์สัน
ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงของเครือข่ายเบทาโกรร่วมแบ่งปัน เป็นอีกธุรกิจหนึ่งของปศุสัตว์เกษตรอุตสาหกรรมที่
มุ่งเน้นหันมาทำธุรกิจที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility ;CSR) โดยเน้นวิถีชีวิตที่พอเพียง
ตั้งอยู่ที่ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เพื่อให้ความรู้วิถีเศรษฐกิจกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ซึ่งประกอบด้วย 9
ฐานการเรียนรู้ที่สนุกและเข้าใจง่าย ได้แก่ฐานนาข้าว ฐานแปลงผัก ฐานปุ๋ยหมัก ฐานไก่ไข่ ฐานหมูหลุม ฐานเผาถ่าน
ฐานไบโอดีเซล ฐานแปรรูปผลิตภัณฑ์ และฐานบำบัดน้ำเสีย สำหรับการส่งเสริมอาชีพ มีการผลิตธูป สบู่จากน้ำมัน
ทานตะวัน น้ำส้มควันไม้ ทั้งทำใช้เองเหลือก็ขาย
ช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำวันได้อย่างดี ผลิตภัณฑ์บางอย่างชาวบ้านทำ
ขายอยู่แล้ว เมื่อมีโครงการนี้ทำให้มีเครือข่ายจำหน่ายได้มากขึ้น งานทางด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้
ส่งเสริมการปลูกไผ่นวลราชินี ซึ่งทำให้ได้ความชุ่มชื้นและผลผลิตจากหน่อ ลำต้นนำมาใช้ในงานเช่น ไม้เสียบลูกชิ้น เฟอร์นิเจอร์ โดยปลูกตามสวนหลังบ้านจนถึง 1 ไร่ แนวทางการสนับสนุนเรื่องการเกษตร ทางโครงการเน้นเรื่องการผลิตแบบปลอดภัย และการทำเกษตรแบบผสมผสานลดความเสี่ยงจากราคา เช่น เดิมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว ก็หันมาเลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เลี้ยงโคเนื้อ ตลอดจนการส่งเสริมพนักงานปลูกผักในโรงงาน เป็นต้น ปศุสัตว์เกษตรอุตสาหกรรมแต่เดิมเป็นธุรกิจที่มีรายได้มาจากการขายชีวิต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำธุรกิจให้ซอฟท์ลง (Brand Softening) ตามหลักการตลาด 3.0 ด้วยการเปลี่ยนมุมมองผู้บริโภคให้มีทัศนคติเชิงบวกต่อแบรนด์ที่สั่งสมมายาวนาน เมื่อธุรกิจมีเงินลงทุนแล้วก็ควรจะปรับวิสัยทัศน์ธุรกิจด้วยการ กลายร่าง (Transfarmer) เป็นธุรกิจเพื่อสังคม เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมจากจุดแข็งของธุรกิจของตนเองเพื่อเติบโตใน AEC ได้อย่างมั่นคง







