
"เซลด้า วิสดอม"แรงบันดาลใจจาก 4 ขา
เพราะสัตว์เลี้ยงสี่ขาคู่ใจอย่างสุนัขเป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยผ่อนคลายความเครียดหรือบรรเทาความทุกข์
โดย...ชาลินี ลงกานี
เพราะสัตว์เลี้ยงสี่ขาคู่ใจอย่างสุนัขเป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยผ่อนคลายความเครียดหรือบรรเทาความทุกข์ ยืนยันได้จากประสบการณ์ตรงของ แครอล การ์ดเนอร์ เมื่อ 14 ปีก่อน ที่สุนัขพันธุ์บูลด๊อกช่วยฉุดการ์ดเนอร์จากความโศกเศร้าหลังการหย่าและปัญหาหนี้สินรุมเร้า จนสุขภาพจิตแย่ลงถึงขั้นเลวร้ายและทำให้คนรอบข้างต่างพากันเป็นกังวล
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กราฟชีวิตจะดิ่งเหวถึงขีดสุด ทนายความคนสนิทได้แนะทางเลือกให้การ์ดเนอร์ 2 ทาง ระหว่างเข้าพบจิตแพทย์กับลองมองหาสัตว์เลี้ยงแทน ทำให้สาวใหญ่อย่างการ์ดเนอร์ตัดสินใจรับเลี้ยง เซลด้า สุนัขพันธุ์อิงลิชพิตบูลวัย 4 เดือน
ทั้งนี้ เซลด้าไม่เพียงทำให้ชีวิตการ์ดเนอร์กลับมาสดใสอีกครั้ง แต่ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้อดีตสาวที่เพิ่งกลับเข้าสู่สถานะโสดหมาดๆ หันมาลงทุนทำธุรกิจที่มีมูลค่าราว 50 ล้านเหรียญอีกด้วย
การ์ดเนอร์เริ่มต้นด้วยการลองถ่ายภาพสุนัขคู่ใจลงประกวดการ์ดวันคริสต์มาสที่ร้านขายสัตว์เลี้ยงแถวบ้าน ซึ่งภาพของเซลด้าป็นที่ต้องตาต้องใจของคณะกรรมการจนได้รับรางวัลที่ 1 ไปครอบครอง และตอนนั้นเอง การ์ดเนอร์ก็มองเห็นลู่ทางในการทำธุรกิจบัตรอวยพร หลังทำการสำรวจตลาดก็พบว่าสาเหตุที่บริษัทรายย่อยมักไปไม่รอดก็เพราะทุกที่มีลักษณะเหมือนกันหมด คือไม่ใช้สุนัขจริงๆ มาเป็นแบบ และไม่ได้ตั้งชื่อให้สุนัขเลย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ห่างเหินของบุคคลในบริษัทเหล่านั้นกับสุนัขนายแบบ
สำหรับอีกข้อหนึ่งที่การ์ดเนอร์สังเกตเห็นคือความสนใจของการ์ดจะอยู่ที่เทศกาล จนถึงขั้นเอ่ยปากว่า “ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส ฮัลโลวีน หรือวันเกิด แทบไม่มีการ์ดไหนเลยที่ดูสนุกสนานและเรียกรอยยิ้มได้”
ด้วยความมุ่งมั่น การ์ดเนอร์ตัดสินใจจ้างคนสองคนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทมากที่สุด นั่นก็คือตากล้องและสุดยอดนักประชาสัมพันธ์ที่รู้จักกันเมื่อครั้งสมัยทำงานวงการโฆษณา จนในที่สุดชื่อของ “เซลด้าวิสดอม” ก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งได้ทำสัญญากับบริษัทผลิตการ์ดอวยพรชั้นนำของโลกถึงสองบริษัท ขณะเดียวกันรายการโทรทัศน์ต่างๆ ก็ชักชวนทั้งผู้ก่อตั้งบริษัทกับสุนัขตัวโปรดไปออกรายการเช่นกัน
นอกจากนี้ เจ้าของกิจการดาวรุ่งพุ่งแรงได้ทิ้งคำแนะนำสำคัญไว้ว่า “สูตรของความสำเร็จนั้นมี 3 ประการด้วยกัน อย่างแรกที่ต้องมี คือ ความกล้า และจะต้องทำตัวให้แตกต่าง ส่วนข้อสุดท้ายนั้นสำคัญที่สุด นั่นก็คือ ความชาญฉลาด”
และความฉลาดนั่นเองคือสิ่งที่พาให้บริษัทของการ์ดเนอร์ประสบความสำเร็จ และเป็นที่มาของชื่อบริษัทอีกด้วย เพราะคำว่าวิสดอมหรือแปลเป็นไทยได้ว่าชาญฉลาด เป็นภาพสะท้อนของความต้องการที่จะใส่ปรัชญาชีวิตคมๆ ดีๆ ไว้ในผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้อ่านได้เกิดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต และในปัจจุบัน เซลด้า วิสดอม ได้เพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ บัตรอวยพร หรือปฏิทิน
ทุกวันนี้ มิตรภาพของการ์ดเนอร์และเซลด้าเติบโตไปพร้อมๆ กับธุรกิจของทั้งคู่ และกลายมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตกันและกัน ยิ่งไปกว่านั้นการ์ดเนอร์ประสบความสำเร็จมากจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการของ “โอดับเบิลยูแอล” องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือเจ้าของกิจการที่เป็นสตรี อายุมากกว่า 40 ปี และได้ทิ้งท้ายให้กับผู้ที่ต้องการเปิดธุรกิจใหม่ว่า “เมื่อมีไอเดียดีๆ แล้ว ให้ลองพิสูจน์ความคิดนั้นดูก่อน ทำการวิจัยดูสักนิดว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ หากเห็นว่างานนี้มีแต่รุ่ง ก็ให้ทุ่มสุดตัวไปเลย”







