posttoday
SGPลุยซื้อธุรกิจอาเซียนหวังผู้นำLPG

SGPลุยซื้อธุรกิจอาเซียนหวังผู้นำLPG

01 กรกฎาคม 2557

SGP บุกอาเซียน จ่อซื้ออีก 3 ประเทศหวังขึ้นแท่นผู้นำ LPG ล่าสุดขายก๊าซให้ฟิลิปปินส์ ปีนี้ไม่ขาดทุน

SGP บุกอาเซียน จ่อซื้ออีก 3 ประเทศหวังขึ้นแท่นผู้นำ LPG ล่าสุดขายก๊าซให้ฟิลิปปินส์ ปีนี้ไม่ขาดทุน

นางจินตนา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจจะซื้อธุรกิจปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเชีย และพม่า เพื่อให้การลงทุนในต่างประเทศครอบคลุมภูมิภาคอาเซียนทุกแห่ง

ทั้งนี้ หากขนาดการลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท บริษัทมีเงินทุนเพียงพอจากวงเงินกู้ แต่หากสูงกว่าระดับนั้นบริษัทอาจจะต้องพิจารณาการเพิ่มทุน เพื่อไม่ให้กระทบกับอัตราหนี้สินต่อทุนแตะระดับ 2 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เท่า

การขยายธุรกิจไปต่างประเทศถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง เพราะเชื่อว่าหากทำธุรกิจเฉพาะในประเทศเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถผลักดันให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ได้ในธุรกิจแอลพีจี

“ธุรกิจแอลพีจีหากทำเฉพาะในประเทศ เราจะไม่สามารถเป็นผู้นำได้ เพราะมีบริษัท ปตท. (PTT) เป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ขณะเดียวกันธุรกิจแอลพีจีในประเทศเองก็มีอัตราการเติบโตที่ต่ำ เห็นชัดเจนในปี 2556 ติดลบ 1% และยังมีความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายภาครัฐ ทางผู้ถือหุ้นและทีมผู้บริหารจึงเห็นตรงกันที่จะออกไปปักหลักทำธุรกิจในต่างประเทศ” นางจินตนา กล่าว

ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจแอลพีจีในประเทศไทยไม่มีใครก้าวออกไปลงทุนต่างประเทศครอบคลุมเท่ากับ SGP และผลงานการออกไปลงทุนในต่างประเทศที่ผ่านมา เช่น เวียดนาม มาเลเชีย สิงคโปร์ เริ่มมีกำไรกลับเข้ามา ทั้งนี้ในส่วนของเวียดนาม ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เพราะมีผู้ใช้ก๊าซแอลพีจี สัดส่วน 10% ของประชากรทั้งหมด 70 ล้านคน ถือว่ายังต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับในประเทศไทยที่เข้าถึงเกือบทุกครัวเรือน

สำหรับจีนอาจจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ เพราะผู้ประกอบการท้องถิ่นในจีนใช้วิธีการแข่งขันทางด้านราคาในการตีตลาด แต่โดยภาพรวมยังดีอยู่

นางจินตนา กล่าวว่า ขณะนี้สัดส่วนธุรกิจในต่างประเทศของ SGP อยู่ที่ 60% ของรายได้ ส่วนในประเทศ 40% แต่หากดูสัดส่วนกำไรจะเท่ากันที่ 50% และแนวโน้มธุรกิจต่างประเทศจะดีขึ้น เพราะตั้งเป้าหมายว่าทุกโครงการที่ลงทุนจะต้องคืนทุนภายใน 7 ปี ขณะนี้ผ่านไปแล้ว 3 ปี และในปี 2561 จะเห็นผลกำไรจากธุรกิจจากต่างประเทศชัดเจน

สำหรับรายได้ในปี 2557 ตั้งเป้าไว้ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะกลับมามีกำไรได้ แม้ว่าในไตรมาสแรกที่ขาดทุนจากสต๊อกก๊าซแต่ไตรมาส 2 จะไม่ขาดทุนสต็อก เนื่องจากบริษัทได้ปรับลดจำนวนเดือนในการเก็บสินค้าจาก 3 เดือนเหลือประมาณ 1 เดือนเท่านั้น เพื่อป้องกันการขาดทุนจากสินค้าคงคลัง ด้านการขายคาดว่าปีนี้จะมีปริมาณการขาย 3 ล้านตัน แบ่งเป็นในประเทศ 1.3 ล้านตัน ต่างประเทศ 1.7 ล้านตัน

ล่าสุด บริษัทได้เซ็นสัญญาขายก๊าซแอลพีจีให้กับบริษัท LIQUI GAZ PHILIPPINES COPORATION ในประเทศฟิลิปปินส์ รวม 1.8 แสนตัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2557 นี้ ตกเดือนละ 3 หมื่นตัน ในราคาที่ผันแปรตามตลาดโลก ซึ่งจะรับรู้รายได้จากการขายในปีนี้ทั้งหมด 180 ล้านเหรียญสหรัฐ และบริษัทคาดว่าเมื่อครบสัญญาในสิ้นปีนี้ ก็น่าจะได้รับการต่ออายุสัญญาการขายในปี 2558

สำหรับการเข้ามาถือหุ้นของ LYNX กองทุนจากฮ่องกง เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งกองทุนนี้สนใจลงทุนในธุรกิจพลังงานในประเทศไทย และมีโอกาสในการสร้างธุรกิจร่วมกันในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกมาอีก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ