posttoday
ฟิทช์คงเครดิตแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ BBB+

ฟิทช์คงเครดิตแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ BBB+

25 พฤษภาคม 2553

ฟิทช์คงอันดับเครดิตของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่ BBB+(tha)

ฟิทช์คงอันดับเครดิตของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่ BBB+(tha)

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ที่ระดับ ‘BBB+(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ และระยะสั้น ที่ระดับ ‘F2 (tha)’

อันดับเครดิตของ LH สะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ชื่อเสียงของบริษัทที่แข็งแกร่ง และ ทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ประเภทและทำเลของโครงการที่อยู่อาศัยที่มีความหลากหลาย รวมถึงโครงการพร้อมขายจำนวนมาก ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท

ผลประกอบการและสัดส่วนหนี้สินของ LH ในปี 2552 แข็งแกร่งว่าที่ประมาณการไว้ ทั้งนี้เป็นผลจากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในครึ่งหลังของปี 2552 ที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่า (EBITDAR) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16  จากปีก่อน เป็น 4.6 พันล้านบาทในปี 2552 แม้ว่า LH ยังคงจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูง แต่อัตราส่วนหนี้สินที่วัดจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่า (Adjusted Net Debt to EBITDAR) ยังสามารถลดลงมาอยู่ที่ 3.3 เท่า ณ สิ้นปี 2552 เทียบกับ 3.8 เท่า ณ สิ้นปี 2552 โดยเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และระดับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลง

ในไตรมาสแรกของปี 2553 LH ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม ค่าตัดจำหน่ายและค่าเช่า (EBITDAR margin) ในปี 2553 มีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องมาจากอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นจากการสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล และความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง นอกจากนี้ฟิทช์ยังคาดว่า อัตราส่วนหนี้สินของ LH จะเพิ่มสูงขึ้นในระยะสั้น กล่าวคือในช่วงปี 2553 ถึง 2554 โดยเป็นผลมาจาก แผนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งประกอบด้วย การลงทุนในโครงการ Terminal 21 การเพิ่มทุนใน ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด มหาชน และ แผนการซื้อที่ดินเพิ่มจำนวนมาก

ปัจจัยลบต่ออันดับเครดิตของ LH ได้แก่ความผันผวนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ซึ่งส่งผลให้ ระดับความต้องเงินทุนหมุนเวียน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน มีความผันผวน และนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่คงอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงหลักอื่นที่มีผลต่ออันดับเครดิตยังรวมถึง ความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และ อุปสงค์ของอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาด ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดคอนโดมิเนียม และ ความเสี่ยงเกี่ยวกับต้นทุนวัสดุในการก่อสร้างที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจัยที่ช่วยบรรเทาความเสี่ยงข้างต้นลงได้บางส่วนประกอบด้วย ความสามารถในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดของ LH โดยการชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ประกอบการบ้านเดี่ยวรายเล็ก ฐานจำนวนโครงการพร้อมขายขนาดใหญ่ อีกทั้งบริษัทยังมีการถือครองสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องซึ่งสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องได้

แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ชื่อเสียงอันแข็งแกร่ง รวมถึงปัจจัยบวกที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งน่าจะทำให้ LH สามารถรักษาสภาพคล่องและความยืดหยุ่นทางการเงินให้อยู่ในอันดับเครดิต ณ ปัจจุบันได้ในระยะปานกลาง  ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและอัตราส่วนหนี้สินในระดับต่ำกที่ว่า 3.0 เท่าอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยบวกที่อาจทำให้มีการปรับเพิ่มอันดับเครดิต ในทางตรงกันข้ามผลการดำเนินงานและสภาพคล่องที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์และระดับหนี้สินสุทธิที่สูงกว่าที่ประมาณการไว้ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนที่มีแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมที่สูงกว่าที่คาด การจ่ายเงินปันผลที่สูง และการเพิ่มทุนใหม่ในบริษัทร่วมอย่างมีนัยสำคัญอาจส่งผลในทางลบต่ออันดับเครดิตได้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค