posttoday
ไดรฟ์ อะ แท็งก์เพราะประสบการณ์หายาก

ไดรฟ์ อะ แท็งก์เพราะประสบการณ์หายาก

30 มิถุนายน 2557

“อยากลองขับรถถัง หรือรถหุ้มเกราะดูบ้างจัง” จู่ๆ โทนี บอร์กลัม พ่อค้ารถยนต์มือสองในสหรัฐ

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

“อยากลองขับรถถัง หรือรถหุ้มเกราะดูบ้างจัง” จู่ๆ โทนี บอร์กลัม พ่อค้ารถยนต์มือสองในสหรัฐ ก็มีความคิดดังกล่าว ขณะเจรจาต่อรองซื้อขายตามปกติ

กระนั้น แทนที่จะปล่อยให้การนึกคิดเล่นๆ ของตนเองจบไป บอร์กลัมกลับเริ่มคิดหาลู่ทางให้ได้ลองขับรถถังเล่นสักครั้ง กระทั่งนึกสนุกเขียนเป็นโครงการธุรกิจ จนกลายเป็นบริษัท “ไดรฟ์ อะ แท็งก์” ธุรกิจให้คนธรรมดาได้ลองขับรถถังและยานพาหนะหนักของทหาร เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์แปลกใหม่ ในปี 2010

ก่อนหน้าที่จะเริ่มจับธุรกิจบริการนี้อย่างจริงจัง ผู้ประกอบการจากสหรัฐรายนี้มีความชื่นชอบรถถังเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว อีกทั้งยังเริ่มหาซื้อรถถังที่ปลดอาวุธและปลดประจำการจากกองทัพจริงๆ มาเก็บสะสมไว้บางส่วน ขาดก็แต่เพียงสถานที่ที่จะได้ลงมือขับรถถัง

ดังนั้น เมื่อได้แผนร่างคร่าวๆ ของธุรกิจ บอร์กลัมจึงเริ่มมองหาสนามกว้างใหญ่ที่จะได้ขับเคลื่อนรถถัง โดยมาลงตัวที่เมืองคาโซตา ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นเหมืองเก่าทิ้งร้างตั้งแต่ช่วงปลายปี 1800

แน่นอนว่าได้ขับรถถังหรือยานหุ้มเกราะทั้งที ขับธรรมดาย่อมน่าเบื่อเกินไป อีกทั้งยังไม่โดดเด่นแตกต่างจากธุรกิจที่ขายประสบการณ์แปลกใหม่ที่ใกล้เคียงกัน เช่น การลองบังคับเครื่องจักรก่อสร้าง บอร์กลัมจึงร่วมมือกับเพื่อนสนิทออกแบบฐานกิจกรรมต่างๆ เพื่อท้าทายความสามารถและทักษะของลูกค้าที่มาใช้บริการ

สรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ไดรฟ์ อะ แท็งก์ อยู่ในสภาพคล้ายกับการจำลองเกมสงครามมาอยู่ในชีวิตจริง ทว่าแทนที่จะสาดกระสุนใส่กัน ก็เปลี่ยนเป็นการขับรถฝ่าด่าน หรือบดขยี้รถยนต์ที่จอดกีดขวางแทน

“ไดรฟ์ อะ แท็งก์ ก็เปรียบเสมือนดิสนีย์แลนด์แต่เป็นดิสนีย์แลนด์สายทหาร” บอร์กลัมให้คำจำกัดความต่อธุรกิจตนเองกับยูเอสเอ ทูเดย์

แม้ทุกอย่างจะดูราบรื่น เนื่องจากบอร์กลัมไม่ใช่มือใหม่สำหรับแวดวงธุรกิจ แต่อุปสรรคหลักใหญ่ก็คือการจัดหาวัตถุดิบ หรือก็คือรถถังและสารพัดยานพาหนะรุ่นต่างๆ ของทหารมาใช้งาน เนื่องจากในสหรัฐไม่มีนโยบายโละของเก่าพวกนี้

“อาศัยประสบการณ์ ผมมองเห็นทางออกด้วยการหาตลาดนอกประเทศ ก่อนมาลงตัวที่อังกฤษ หลังเคยซื้อรถสอดแนมลาดตระเวนมาแล้ว” บอร์กลัม กล่าวพร้อมอธิบายว่า ขั้นตอนต่อมาคือเตรียมเอกสารให้พร้อม และอธิบายอย่างชัดเจนถึงจุดประสงค์ของการนำเข้ายานพาหนะของทหารมายังสหรัฐ สนนราคา ที่คันละราว 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ บวกค่าขนส่งทางเรืออีกเล็กน้อย ซึ่งถูกกว่าการซื้อจากนักสะสมในสหรัฐด้วยกันเอง ที่ตกคันละ 2.53 หมื่นเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ใช้เวลาเกือบ 1 ปีหลังก่อตั้งกิจการ ไดรฟ์ อะ แท็งก์ ก็ได้รับความนิยมติดตลาด พิสูจน์ได้จากจำนวนรถถังและยานพาหนะทหารที่มีมากเกือบ 40 คัน โดยลูกค้าส่วนใหญ่คือกลุ่มนักท่องเที่ยว ชายหนุ่ม และองค์กรที่ต้องการกิจกรรมท้าทายและได้ทำร่วมกันเป็นทีม ซึ่งแต่ละปีมีลูกค้ามาใช้บริการราว 1,700 คน

ความท้าทายอีกประการก็คือ การมอบความคุ้มค่าเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการใช้เงินเพื่อซื้อประสบการณ์ครั้งนี้เหมาะสมคุ้มราคา โดยบอร์กลัมยอมรับว่าเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง ไดรฟ์ อะ แท็งก์ ต้องทำแพ็กเกจสลับกับโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า เสริมด้วยกิจกรรมท้าทายใหม่ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า ซึ่งโดยปกติแล้วค่าบริการเพื่อแลกกับประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต เริ่มต้นที่ 399 เหรียญสหรัฐ ไปจนถึง 2,499 เหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความยากของฐานที่จะต้องเผชิญ

“การขับรถถังไม่เหมือนกับการบังคับยานพาหนะทั่วไปที่เข้าเกียร์ก็ขับไปได้รอบๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ อีกทั้งประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตเช่นนี้ ผมเชื่อมั่นว่าใครก็ตามที่มีโอกาสย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอน” บอร์กลัมสรุปปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ