
เสนอแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้เข้าพบกับกระทรวงการคลัง
วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้เข้าพบกับกระทรวงการคลังเพื่อเสนอให้หยิบยกเรื่องแผนพัฒนาตลาดทุนไทยขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง หนึ่งในข้อสำคัญ คือ แผนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการจัดระบบทุกอย่างให้สามารถตรวจสอบได้มีความโปร่งใส และที่สำคัญจะเป็นการลดหนี้สาธารณะของประเทศอีกด้วย
นอกจากนั้น ยังเสนอว่าภาครัฐควรคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีของทั้งกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (RMF) ต่อไป เพราะยิ่งแนวโน้มหนี้ภาคครัวเรือนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งจำเป็นต้องกระตุ้นให้เกิดการออมภาคครัวเรือนให้มากขึ้นแสดงให้เห็นประโยชน์ของสิทธิภาษีที่ให้กับ LTF และ RMF ซึ่งไม่ได้เป็นการช่วยคนรวย แต่กลับพบว่าคนชนชั้นกลางได้รับประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ และยังช่วยสนับสนุนการออมของครัวเรือน
หุ้นไทยกำไร 16.8%
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยในงานเสวนา หัวข้อ “มุมมองการลงทุนภายใต้จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย” ว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนจากการลงทุนรวมกับเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่ 16.8% สูงกว่าตลาดหุ้นต่างประเทศสำคัญๆ เช่น ยุโรปอยู่ที่ 7.6% โลกอยู่ที่ 7.2% เอเชียยกเว้นญี่ปุ่น อยู่ที่ 5.4% สหรัฐอยู่ที่ 4% และญี่ปุ่นติดลบ 1.6%
อย่างไรก็ตาม พบว่าดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงได้นั้น เป็น ผลมาจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่มีการไถ่ถอนในอัตราที่ต่ำ และนักลงทุนกลับเข้าซื้อเพิ่ม เนื่องจากดัชนีหุ้นอยู่ในระดับต่ำ
ดัชนีสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยได้แรงหนุนจากการทำราคาปิดสิ้นงวดบัญชี (Window Dressing) โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,483.24 จุด เพิ่มขึ้น 1.09% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 16.59% จากสัปดาห์ ก่อนมาอยู่ที่ 36,282.75 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ปิดที่ 504.66 จุด เพิ่มขึ้น 0.41% จากสัปดาห์ก่อน
ข่าวอียูตัดจีเอสพีฉุด
วันที่ 24 มิ.ย. ดัชนีหุ้นลดลงแรงกว่า 7 จุด เพราะข่าวจิตวิทยาเชิงลบสหภาพยุโรป (อียู) ระงับความสัมพันธ์กับไทย และคาดว่าจะกดดันตลาดในระยะ 12 สัปดาห์นี้
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง แนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้น 8 บริษัท ที่มียอดขายยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทางการค้า หรือ GSP อียูรวมกันประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท เดลต้า อีเลค โทรนิคส์ (DELTA) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) บริษัท เอสวีไอ (SVI) บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) และบริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH)
นอกจากนั้น ยังคาดว่าดัชนีน่าจะเข้าสู่การปรับฐานในช่วงไตรมาส 3 ประมาณ 70-100 จุด แล้วค่อยกลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2558 และคาดว่าในไตรมาสแรกน่าจะขึ้นทดสอบ 1,650 จุดได้
ดังนั้น ในช่วงไตรมาส 3 เป็นจังหวะของการทยอยสะสมหุ้นแนะนำหุ้นธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ท่องเที่ยว และพาณิชย์ เป็นต้น
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส (ASP) คาดกลุ่มอาหารมีโอกาส ที่จะต้องทบทวนประมาณการกำไรใน ปี 2557 และ 2558 ของ TUF และ CPF เนื่องจากตลาดสหรัฐและอียูเป็นลูกค้าสำคัญ
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวนแต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร โดยตลาดหุ้นไทยจะปิดทำการในวันที่ 1 ก.ค. 2557 เนื่องในวันหยุดภาคครึ่งปี
ทั้งนี้ คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,476 และ 1,468 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,496 และ 1,514 จุด ตามลำดับ
ทองพุ่งกลัวสถานการณ์อิรัก
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ในระยะสั้น 2-3 สัปดาห์จนถึง 1 เดือน คาดว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นไปแตะ 1,350 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือบาทละ 25,000 บาทได้ เพราะสหรัฐส่งที่ปรึกษาทหารไปยังอิรัก แต่คาดว่าราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญดังกล่าวไปได้ เช่นเดียวกับความรุนแรงที่ยูเครนครั้งก่อนที่ราคาไม่สามารถฝ่าแนวต้านที่ 1,380 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนั้น ยังคาดว่าภายในปีนี้ แนวโน้มทองยังเป็นขาลงที่ 1,180 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือบาทละ 18,000 บาท
ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,300 เหรียญสหรัฐ เป็นเพราะสถานการณ์ในอิรักที่ทวีความรุนแรงขึ้น นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โยกเงินเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ นอกจากนั้นผลจากการที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศว่าจะยังไม่เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็ววันนี้
ด้านราคาทองคำในประเทศวันที่ 28 มิ.ย.ไม่เปลี่ยนแปลง ราคาทองแท่งรับซื้ออยู่ที่ 20,150 บาท ขายออก 20,250 บาท







